Website Logo

0
Show my wishlist

คำแนะนำแต่ละขั้นตอนในการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินสำหรับผู้ซื้อหรือผู้ขายในประเทศไทย

การซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในฐานะชาวต่างชาติและคนไทยเองนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม กระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอาจมีความซับซ้อนและสร้างความสับสนให้กับคนไทยและชาวต่างชาติ

  • Agent handing keys to a smiling woman; final step in Thailand property investment and transfer

Share Article

เพื่อให้ขั้นตอนต่างๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมคำแนะนำ 8 ขั้นตอนที่อธิบายวิธีการดำเนินการ ของการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

8 ขั้นตอนในการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดในประเทศไทย

เพื่อให้ขั้นตอนต่างๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมคำแนะนำ 8 ขั้นตอนที่อธิบายวิธีการดำเนินการ ของการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

1. การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของโฉนดที่ดินและผู้ขาย

การตรวบสอบข้อมูลของ โฉนดที่ดิน และตัวผู้ขาย ก็เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องในการ กลั่นกรองและตรวจสอบความถูกต้องของโฉนดที่ดิน และสิทธิการเป็นเจ้าของ เพื่อให้แน่ใจว่าทรัพย์สินจะปราศจากภาระผูกพันหรือปัญหาทางกฎหมาย

การค้นหาข้อมูลของโฉนด เป็นส่วนสำคัญมาก เนื่องจากโฉนดที่มีข้อบกพร่องอาจทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้เลย ผู้ซื้อจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า เจ้าของสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ และไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของอำนาจในการขายของเจ้าของ

นอกจากนี้ยังเป็นการช่วย ป้องกันการฉ้อโกง รวมถึงระบุและประเมินความเสี่ยงทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและทำให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนนั้นปลอดภัยจริง

2. ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญาการซื้อและขายทรัพย์สิน

เมื่อการตรวจสอบสถานะเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะต้องลงนามในเอกสาร สัญญาในการซื้อและขาย ทรัพย์สิน ข้อต่อไปนี้คือตัวอย่างทั่วไป ของข้อตกลงที่ชัดเจน:

  1. สัญญาในการซื้อและขายควรระบุ ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยอดราคาซื้อขาย และค่าธรรมเนียมภาษีต่างๆ
  2. สัญญาในการซื้อและขาย ควรระบุถึง สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ
  3. สัญญาในการซื้อและขายควรระบุ ทรัพย์สินที่ขายอย่างชัดเจนและครบถ้วนรวมถึงโฉนดที่ดินและ ทะเบียนบ้านใบอนุญาตก่อสร้าง หรือเอกสารที่จำเป็นอื่น ๆ (ซึ่งจะกล่าวถึงในภายหลัง)
  4. สัญญาในการซื้อและขายควรระบุ เนื้อหาของข้อตกลงเงื่อนไขการชำระเงินและกำหนดเวลา ภาระผูกพันทางกฎหมายและการคุ้มครอง การยกเลิกและการผิดสัญญา และบทบาทของทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมาย

แนะนำให้ให้ทนายความด้านทรัพย์สินตรวจสอบข้อตกลงก่อนลงนามเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องและเป็นปัจจุบันและเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดหรือปัญหาทางกฎหมายในอนาคต

3. ผู้ซื้อชำระเงินมัดจำจอง

เมื่อกล่าวถึงการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทย เป็นเรื่องปกติที่ผู้ซื้อจะต้อง ชำระเงินมัดจำเพื่อจองทรัพย์สินโดยทั่วไป จำนวนเงินที่วางจองจะอยู่ราวๆ 5-15% ของราคาซื้อทรัพย์สิน

การชำระเงินมัดจำ (บางครั้งเรียกว่าเงินมัดจำการจองหรือค่าธรรมเนียมการจอง) จะดำเนินการหลังจากที่ผู้ซื้อลงนามในข้อตกลงการจอง และโดยปกติแล้วการชำระเงินจะไม่สามารถขอคืนได้ แต่อาจเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการเจรจาต่อรองระหว่างทั้งสองฝ่าย

4. ผู้ขายจะต้องจัดเตรียมโควต้าสำหรับผู้ซื้อต่างชาติและใบรับรองปลอดหนี้

ในการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทย ผู้ขายจะต้องจัดเตรียม โควต้าต่างชาติและใบรับรองการปลอดหนี้ ให้กับผู้ซื้อ

หนังสือรับรองโควต้าต่างชาติเป็นเอกสารระบุจำนวนยูนิตในอาคารคอนโดมิเนียมที่สามารถขายให้กับชาวต่างชาติได้ ภายใต้กฎหมายไทย ชาวต่างชาติสามารถ เป็นเจ้าของได้มากถึง 49% ของพื้นที่ทั้งหมด ของอาคารคอนโดมิเนียมที่กำหนดในประเทศไทย ในขณะที่อีก 51% ยังคงเป็นของคนไทย

โดย ใบรับรองปลอดหนี้ เป็นเอกสารที่ระบุว่าทรัพย์สินปลอดจากหนี้คงค้างใดๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษาที่ค้างชำระ ผู้ขายจะต้องขอใบรับรองการปลอดหนี้จากสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดและชำระค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง

โดย ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลาสูงสุด 15 วันขึ้นอยู่กับข้อบังคับของสำนักงานนิติบุคคลแห่งใดแห่งหนึ่ง หลังจากออกใบรับรองแล้ว ใบรับรองจะมีอายุ 7 วัน ก่อนหมดอายุ

5. ผู้ซื้อจะต้องจัดเตรียม FET จากธนาคารท้องถิ่นของไทย

แบบฟอร์มการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FET) (คำแนะนำเครดิต) เป็นเอกสารที่ออกโดยธนาคารที่ดำเนินการซึ่งยืนยันว่าเงินที่ส่งเข้ามาในประเทศไทยมาจากต่างประเทศ FET จะออกเฉพาะในกรณีที่ธุรกรรมมีมูลค่าเกิน USD 50,000 หรือประมาณ 1,700,000 บาท

ต่อไปนี้เป็น 4 ขั้นตอนที่จำเป็นของการโอนเงินพร้อมกับ FET:

  1. ผู้ซื้อชาวต่างชาติจะต้อง โอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (wire transfer) จากบัญชีธนาคารในต่างประเทศเป็นสกุลเงินต่างประเทศไปยัง บัญชีธนาคารไทย ภายใต้ชื่อของตัวผู้ซื้อเอง
  2. ธนาคารผู้รับจะ แลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท เมื่อมาถึงประเทศไทยและจะออกเอกสาร FET ให้กับผู้ซื้อ
  3. ผู้ซื้อจะต้องแสดง หลักฐานการโอนเงินขาเข้า จากธนาคารผู้ออกและระบุวัตถุประสงค์ของการโอนเงินที่ชัดเจน
  4. กรณีซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรงจากโครงการตรง (Developer) สามารถโอนราคาซื้อเต็มเข้าบัญชีธนาคารของโครงการได้

หากจำนวนเงินที่โอนต้องใช้แบบฟอร์ม FET จะต้องแสดงเอกสารต่อกรมที่ดินในภายหลังในระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน

6. เอกสารที่จำเป็นจากทั้งสองฝ่าย ณ การส่งมอบในกรมที่ดิน

ในการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดในประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายจะต้องจัดเตรียมเอกสารบางอย่างที่กรมที่ดินเพื่อการโอนกรรมสิทธิ์ เอกสารที่จำเป็นประกอบด้วย

  1. โฉนดที่ดินฉบับจริง
  2. ใบรับรองสถานะปลอดหนี้
  3. สำเนาพร้อมหนังสือเดินทางตัวจริงหรือเอกสารประจำตัวของทั้งสองฝ่าย
  4. สำเนาตราประทับเข้าเมืองในหนังสือเดินทางของฝ่ายต่างชาติ
  5. เอกสารเกี่ยวกับบริษัท (ภายในระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด)
  6. ใบรับรองการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ

บางครั้งเอกสารที่จำเป็นอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของทรัพย์สินที่ซื้อและสถานการณ์เฉพาะของการทำธุรกรรม และขอแนะนำให้ขอคำแนะนำทางกฎหมายจากทนายความชาวไทย

สถานะทางกฎหมายในการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินในประเทศไทยเกี่ยวข้องกับสถานะส่วนบุคคลและตำแหน่งหรือเงื่อนไขที่เป็นที่ยอมรับของบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด โดยครอบคลุมแง่มุมต่างๆ เช่น ความเป็นพลเมือง สถานภาพการสมรส สิทธิทางกฎหมายและภาระผูกพันที่เกี่ยวข้อง

การทราบสถานะของคุณเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดเอกสารที่จำเป็นสำหรับคุณเมื่อโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน

ต่อไปนี้เป็นคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อกำหนดสถานะต่างๆ ที่คุณต้องทราบในฐานะผู้ซื้อที่เป็นชาวต่างชาติ

  1. สถานะโสด: หมายถึง บุคคลที่ไม่เคยจดทะเบียนสมรส
  2. กรรมสิทธิ์ร่วม - สถานภาพการสมรสของคู่สามีภรรยาที่เป็นชาวต่างชาติทั้งคู่: คู่สมรสที่มีสัญชาติต่างกันหรือสัญชาติเดียวกัน (ยกเว้นสัญชาติไทย) ที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นคู่สมรสไม่ว่าการสมรสจะจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในต่างประเทศหรือในประเทศไทยก็มีทางเลือก เพื่อร่วมกันซื้อทรัพย์สิน ทั้งคู่ซื้อทรัพย์สินร่วมกันและมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน บุคคลทั้งสองสามารถมอบอำนาจให้ตรวจสอบรายการได้ที่สำนักงานกรมที่ดินในวันโอน
  3. กรรมสิทธิ์ร่วม - สถานภาพการสมรสของพลเมืองไทยกับชาวต่างชาติ: ผู้ซื้อทั้งสองตกลงที่จะซื้อทรัพย์สินร่วมกัน และคอนโดเป็นเจ้าของร่วมกัน การสมรสสามารถจดทะเบียนได้ทั้งในประเทศไทยหรือต่างประเทศ สมาชิกทั้งสองสามารถลงนามในหนังสือมอบอำนาจได้
  4. กรรมสิทธิ์ร่วมกันของคนสองคนหรือกลุ่มคน - สถานะไม่สมรส: การเป็นเจ้าของทรัพย์สินมีการแบ่งปันระหว่างคนสองคนขึ้นไปที่ไม่ใช่คู่สมรสของกันและกัน ต่างจากคนไทยตรงที่ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องมีความเกี่ยวข้องกันหากเจ้าของทรัพย์สินเหล่่านั้นเป็นชาวต่างชาติ และมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน
  5. กรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติ - สถานภาพการสมรสของพลเมืองไทยกับชาวต่างชาติ: ในกรณีนี้ ชาวต่างชาติจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินแต่เพียงผู้เดียว ทรัพย์สินนี้เป็นของชาวต่างชาติ ดังนั้นจึงนับรวมในโควต้าชาวต่างชาติ 49% ผู้ซื้อสามารถโอนเงินจากต่างประเทศได้เท่านั้น และไม่สามารถซื้อเป็นเงินบาทได้
  6. กรรมสิทธิ์ของคนไทย - สถานภาพการสมรสของพลเมืองไทยกับชาวต่างชาติ: คล้ายกับสถานะที่กล่าวก่อนหน้านี้ แต่ในกรณีนี้ เจ้าของทรัพย์สินแต่เพียงผู้เดียวคือพลเมืองไทย สามารถชำระเงินเป็นเงินบาทและไม่จำเป็นต้องโอนเงินจากต่างประเทศ

ตารางด้านล่างสรุปเอกสารทั้งหมดที่จำเป็น ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์:

สถานะ เอกสารที่จำเป็นต้องใช้
สถานะโสด
  1. สำเนาหนังสือเดินทาง
  2. วีซ่าหรือสำเนาแสตมป์เข้าเมืองในประเทศไทย
  3. ใบรับรองถิ่นที่อยู่ (ถ้ามี)
  4. บัตรประจำตัวประชาชน (ถ้ามี)
  5. ท.ร.13 - ทะเบียนบ้าน (ถ้ามี)
กรรมสิทธิ์ร่วม - สถานภาพการสมรสของคู่สามีภรรยาที่เป็นชาวต่างชาติทั้งคู่
  1. สำเนาหนังสือเดินทางของทั้งสองฝ่าย
  2. วีซ่าหรือสำเนาแสตมป์การเข้าเมืองในประเทศไทยของทั้งสองฝ่าย
  3. หากทะเบียนสมรสจดทะเบียนในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทย จำเป็นต้องมีสำเนาแปลและถูกต้องตามกฎหมายเป็นภาษาไทยจากศูนย์แปลที่ได้รับการรับรอง
  4. หากไม่มีสำเนาทะเบียนสมรสที่ได้รับการรับรองในประเทศนั้น จะต้องจัดเตรียมหนังสือยินยอมของคู่สมรส
กรรมสิทธิ์ร่วม - สถานภาพการสมรสของพลเมืองไทยกับชาวต่างชาติ
  1. สำเนาหนังสือเดินทาง
  2. วีซ่าหรือสำเนาแสตมป์เข้าเมืองในประเทศไทย
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสชาวไทย (ยังไม่หมดอายุ)
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสชาวไทย
  5. หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  6. สำเนาทะเบียนสมรส ในกรณีที่ทะเบียนสมรสจดทะเบียนนอกประเทศไทย จะต้องแปลและรับรองเป็นภาษาไทยโดยศูนย์แปลที่ได้รับอนุญาต
กรรมสิทธิ์ร่วมกันของคนสองคนหรือกลุ่มคน - สถานะไม่สมรส
  1. สำเนาหนังสือเดินทางของแต่ละคน
  2. วีซ่าหรือสำเนาแสตมป์เข้าเมืองในประเทศไทยของแต่ละคน
  3. ใบรับรองถิ่นที่อยู่ (ถ้ามี)
  4. บัตรประจำตัวประชาชนที่ไม่ใช่ของคนไทย (ถ้ามี)
  5. สำเนาทะเบียนบ้าน (ถ้ามี)
  6. สำหรับบุคคลที่มีสถานภาพการสมรส ต้องใช้สำเนาทะเบียนสมรส หากการสมรสจดทะเบียนในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทย เอกสารจะต้องแปลและรับรองเป็นภาษาไทยโดยศูนย์แปลที่ได้รับการรับรอง
  7. บุคคลที่แต่งงานแล้วจะต้องมีหนังสือยินยอมของคู่สมรสด้วย
  8. สำหรับบุคคลที่มีสถานภาพสมรสจะต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของคู่สมรส (ยังไม่หมดอายุ)
  9. สำหรับบุคคลที่มีสถานภาพการสมรสจะต้องแนบสำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสด้วย
  10. บุคคลที่หย่าร้างจะต้องจัดเตรียมสำเนาใบหย่า
  11. บุคคลที่เป็นม่ายจะต้องจัดเตรียมสำเนามรณะบัตร
กรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติ - สถานภาพการสมรสของพลเมืองไทยกับชาวต่างชาติ
  1. สำเนาหนังสือเดินทาง
  2. วีซ่าหรือสำเนาแสตมป์เข้าเมืองในประเทศไทย
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสชาวไทย
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสชาวไทย
  5. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  6. สำเนาทะเบียนสมรส หากจดทะเบียนแล้ว นอกประเทศไทย จำเป็นต้องมีการแปลและ รับรองภาษาไทยผ่านศูนย์แปลที่ได้รับการรับรอง
  7. ใบรับรองทรัพย์สินส่วนบุคคลที่ลงนามโดยบุคคลทั้งสอง
กรรมสิทธิ์ของคนไทย - สถานภาพการสมรสของพลเมืองไทยกับชาวต่างชาติ
  1. สำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ถ้าหากมี
  4. สำเนาหนังสือเดินทาง
  5. สำเนาวีซ่าหรือตราประทับเข้าประเทศไทย
  6. ในกรณีที่จดทะเบียนสมรสนอกประเทศไทย ทะเบียนสมรสจะต้องแปลและรับรองเป็นภาษาไทยโดยศูนย์แปลที่ได้รับอนุญาต
  7. หนังสือรับรองทรัพย์สินส่วนบุคคล ลงนามโดยบุคคลทั้งสอง คู่สมรสชาวต่างชาติจะต้องลงนามในเอกสารนี้ต่อหน้าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น

7. ภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องเมื่อโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน

ข้อมูลเกี่ยวกับ กฎหมายทรัพย์สินและภาษี ในประเทศไทย มีภาษีและค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันหลายประการ:

  • ค่าธรรมเนียมการโอน กำหนดไว้ที่ 2% ของราคาทรัพย์สิน และสำนักงานที่ดินจะคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนนี้จากราคาขายที่ตกลงกันในสัญญาหรือราคาประเมินโดยสำนักงานที่ดิน (เลือกราคาที่สูงกว่า)
  • อาการแสตมป์ กำหนดไว้ที่ 0.5% ของมูลค่าการขายทรัพย์สิน ณ เวลาที่ซื้อและ ณ การโอน (สำนักงานที่ดิน) สิ่งนี้ใช้เฉพาะในกรณีที่ทรัพย์สินอยู่ภายใต้การครอบครองของเจ้าของเป็นเวลานานกว่า 5 ปี
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ 3.3% ของราคาจดทะเบียน (การขาย) หรือราคาประเมิน (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) และจะเรียกเก็บจากบริษัทและเจ้าของที่ถือครองทรัพย์สินน้อยกว่า 5 ปี
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นการชำระภาษีเงินได้ของผู้ขายทรัพย์สินล่วงหน้า และผู้ขายมักจะจ่ายเกือบทุกครั้ง ที่ อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย อยู่ระหว่าง 5-35% และจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ผู้ขายเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ภาษีหัก ณ ที่จ่ายกำหนดไว้ที่ 1% ในกรณีที่ผู้ขายเป็นบริษัท

8. สามารถขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายในฐานะผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้หรือไม่?

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถือเป็นการชำระภาษีเงินได้ล่วงหน้า (บางส่วน) ความหมายก็คือ จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ชำระจะถูกหักออกจากภาษีที่ต้องชำระ ณ สิ้นปีโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสูงกว่าจำนวนภาษี อาจมีกรณีขอคืนเงินส่วนต่างระหว่างภาษีทั้งสองได้

จำเป็นต้องจ้างทนายในการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินในประเทศไทยหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องมีทนายความเมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม แนะนำให้มีทนายความในกรณีเพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินราบรื่นและประสบความสำเร็จ

ความต้องการทนายความอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของทรัพย์สินที่ซื้อ และคุณควรขอคำแนะนำทางกฎหมายจากสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยซึ่งเชี่ยวชาญด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์และมีประสบการณ์หลายสิบปีในการช่วยเหลือชาวไทยและชาวต่างชาติในราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อย

การโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินในฐานะชาวต่างชาติในประเทศไทยเป็นเรื่องยากหรือไม่?

กระบวนการอาจดูซับซ้อน แต่ด้วยการจัดเตรียมและเอกสารที่ถูกต้องก็จะทำให้ไม่ยุ่งยากมาก ที่ PropertySights เรายังมีให้บริการเฉพาะด้านสำหรับ บริการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน.

การโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยใช้เวลานานเท่าใด?

ระยะเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ทรัพย์สินยังอยู่ระหว่างการสร้างและพัฒนาหรือถูกสร้างขึ้นแล้ว

หากคุณซื้ออสังหาริมทรัพย์จากโครงการที่กำลังสร้างหรือพัฒนาโครงการ ในขณะที่การสร้างและพัฒนายังดำเนินอยู่ การโอนกรรมสิทธิ์จะเกิดขึ้นเมื่อทรัพย์สินของคุณเสร็จสิ้น หากทรัพย์สินได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว (ทรัพย์สินที่ขายต่อ) การโอนจะมีผลทันทีที่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้

ค่าใช้จ่ายในการโฉนดห้องชุดหรือคอนโดในประเทศไทย

ค่าใช้จ่ายในการโอนโฉนดคอนโดในประเทศไทยรวมภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ มีดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของมูลค่าคอนโดที่ประเมินโดยรัฐบาล
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะคือ 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมินของรัฐบาล แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ผู้ขายเป็นผู้ชำระเงินนี้
  • อากรแสตมป์คือ 0.5% ของราคาประเมินหรือราคาขายจริง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และโดยปกติผู้ขายจะเป็นผู้ชำระ
  • ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้ขายในฐานะบริษัทหรือบุคคลธรรมดา ภาษีหัก ณ ที่จ่ายส่วนบุคคลอาจมีตั้งแต่ 1% ขึ้นไป

การโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินในฐานะชาวต่างชาติในประเทศไทยเป็นเรื่องยากหรือไม่?

การโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยใช้เวลานานเท่าใด?

ค่าใช้จ่ายในการโฉนดห้องชุดหรือคอนโดในประเทศไทย

thไทย

เราคือใคร?

บริษัท PropertySights Real Estate | คํากล่าวจากกรรมการผู้จัดการ

เอริค (เอบ) รูบิน ผู้จัดการ PropertySights Real Estate:
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

ผมชื่อเอริค เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท Rubin Global Co., Ltd. ผมอยากจะแนะนำตัวเอง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตัวผม และแน่นอน วิสัยทัศน์ของผมที่มีต่อบริษัท

การเดินทางของผมเข้าสู่แวดวงอสังหาริมทรัพย์ เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัย Ariel ประเทศอิสราเอล ซึ่งผมได้ศึกษาปริญญาตรีเกียรตินิยม Economics and Business Management, with a minor in Real Estate Appraisal. Upon graduating, I became a real estate assessor in a local Law and Appraisal firm before moving on to my employment at Anglo-Saxon, Israel’s largest real estate brokerage corporation.

ด้วยความรู้และประสบการณ์มากขึ้นจากการเรียนรู้จากผู้นําในอุตสาหกรรม ผมย้ายไปสิงคโปร์และเริ่มส่งเสริมการตลาด Australian real-estate in the Singaporean markets. I gained a lot of real-life business experience and developed a better understanding of the business foundations and demands.

ด้วยความรู้ทั้งหมด ผมจึงตัดสินใจย้ายมาที่กรุงเทพฯ ด้วยความหลงไหลด้วยวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย วัฒนธรรมโดดเด่น และการพัฒนาอย่างรวดเร็ว กรุงเทพฯ กลายเป็นบ้านหลังที่สองของผมอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ประเทศแห่งรอยยิ้ม’ เพราะประชากรที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ ผมตั้งใจจะรักษาประเพณีนี้เอาไว้ โดยทําให้มั่นใจว่าทั้งตัวผมและทีมงาน PropertySights Real Estate ยินดีที่จะได้ช่วยเหลือบริการลูกค้า ด้วยรอยยิ้มเสมอ

ด้วยประสบการณ์การทํางานในประเทศอิสราเอล สิงคโปร์ และเมืองไทย ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการค้นหา "อสังหาริมทรัพย์และทําเลที่ดีเยี่ยม" และเข้าใจดีว่าการค้นหานั้นยากเพียงใด นี่คือเหตุผลว่าทําไมผมจึงอยากรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้แก่ผู้อ่านไว้ในที่เดียว เพื่ออํานวยความสะดวกในการตัดสินใจสําคัญต่างๆ พร้อมกับประหยัดเวลาในการค้นคว้าข้อมูลเองของท่าน

วิสัยทัศน์ของเราสําหรับการศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

Our vision for Real Estate Education in Thailand is to share our knowledge with you and create a well-informed and empowered community of homeowners.

When looking to purchase a property in Bangkok or anywhere in Thailand, it is vital to conduct extensive research beforehand. You will need to be educated on the local property laws and tax regulations, the major developments taking place in the area, which neighborhood best suits your needs and conduct a title deed search and due diligence.

แม้ว่าจะฟังดูเยอะ แต่อํานาจอยู่ที่ความรู้ และการมีข้อมูลมากดีกว่ามีข้อมูลน้อยเกินไป เมื่อต้องตัดสินใจสิ่งสําคัญในชีวิตอย่างนี้

ทําไมเราจําเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้

  1. กฎหมายทรัพย์สินและข้อบังคับด้านภาษี: ทำความเข้าใจกฎหมายท้องถิ่น ช่วยให้คุณเข้าใจว่าอสังหาริมทรัพย์ใดที่คุณสามารถซื้อได้อย่างถูกกฎหมาย และช่วยให้คุณคาดการณ์ถึงผลกระทบจากการวางแผนได้
  2. โครงการพัฒนาที่สําคัญในปัจจุบัน: ส่งผลต่อมูลค่าของพื้นที่นั้น เมื่อบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนและพัฒนา ราคาอสังหาริมทรัพย์มักจะเพิ่มสูงขึ้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณสามารถจับตาเฝ้าซื้อทรัพย์สินในราคาต่ําก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น
  3. ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ต่างๆ: กรุงเทพฯ เป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากร 10.5 ล้านคน ย่อมมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการลงทุนหลายแห่ง การรู้รายละเอียดของแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกย่านที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

PropertySights Real Estate ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ อย่างละเอียดรอบคอบ และพัฒนาองค์ความรู้ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนําเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันตามการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของกรุงเทพฯ เรามุ่งมั่นที่จะรวบรวมค้นคว้า ให้บริการทางเลือกด้านอสังหาริมทรัพย์ไว้ในที่เดียว อันจะช่วยอํานวยความสะดวกและประหยัดเวลาอันมีค่าของท่าน

เหตุใดจึงต้องลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยผ่านการบริการจาก PropertySights Real Estate?

การลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่มั่นคง ซึ่งจะ grow with time. When investing, you have both rental yield and capital appreciation.

ผลตอบแทนจากการให้เช่า คือ ส่วนต่างระหว่างค่าเช่าที่ได้รับกับราคาที่คุณจ่ายเพื่อลงทุน

ส่วนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของทรัพย์สิน คือ ส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณจ่ายเมื่อซื้อทรัพย์สินกับราคาขายเมื่อคุณตัดสินใจขาย ดังนั้นแม้คุณเลือกที่จะไม่ให้เช่าทรัพย์สิน คุณก็ยังสามารถทํากําไรได้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

ที่ PropertySights Real Estate เรามีทีมงานที่ประกอบด้วยตัวแทนท้องถิ่นที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ เราสามารถให้ up to date knowledge of the real estate market, the average price points and the up and coming areas. Not only can we help you make an informed decision, we can save you time and avoid costly mistakes.

ความสําคัญอันดับแรกของเรา คือ การนําเสนอ ทางเลือกการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมและดีที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายการลงทุนของท่าน

ข้อได้เปรียบและเหตุผลที่สําคัญที่สุดในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

ตามข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยกลายเป็น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใกล้เคียงมียอดขายอสังหาริมทรัพย์ 1.3 ล้านหน่วย

ต่อไปนี้คือ seven advantages of investing in Thai real estate:
  1. อัตราผลตอบแทนที่ดีและเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
  2. เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดีและตลาดการให้เช่าที่แข็งแกร่ง
  3. ทําเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ สาธารณูปโภค และความร่วมมือระหว่างประเทศ
  4. การสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาลไทย
  5. โอกาสสูงที่จะได้สิทธิขอสัญชาติไทย
  6. ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกกว่าประเทศอื่นๆ
  7. ต้นทุนค่าครองชีพที่เอื้อมถึงสําหรับนักลงทุนต่างชาติ

นี่คือ 4 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย:

  1. รูปแบบการดําเนินชีวิตที่น่าปรารถนา: วัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ประชากรที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร หลายพื้นที่พัฒนามีความมั่นคง มีทางเลือกด้านไลฟ์สไตล์อย่างมากมาย กรุงเทพฯ มีครบทุกอย่าง
  2. ราคาที่เอื้อมถึง: ต้นทุนแรงงานในประเทศไทยต่ํา ทําให้ต้นทุนในการก่อสร้าง บํารุงรักษา และบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ถูกลง
  3. วีซ่าพํานักระยะยาว (LTR) : เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยได้เปิดตัววีซ่าพํานักระยะยาว ทําให้ชาวต่างชาติย้ายมาอยู่ในประเทศได้ง่ายขึ้น
  4. การศึกษาระดับโลก: กรุงเทพฯ มีโรงเรียนนานาชาติ วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยชั้นนําหลายแห่ง
  5. การรักษาพยาบาลคุณภาพสูง: คาดว่าในปี 2566 นี้จะมีนักท่องเที่ยวเพื่อการแพทย์เดินทางมาเยือนประเทศไทยถึง 900,000 คน และสถิตินี้กําลังเพิ่มขึ้นทุกปี

ทีมงานของเรา

แนะนําทีมงาน PropertySights:

ทีมของเราประกอบด้วยตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่มีความกระตือรือร้น มากประสบการณ์ และมีคุณสมบัติอย่างเหมาะสม ด้วยความรู้อย่างกว้างขว้างในเขตกรุงเทพฯ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้เราจะเป็นทีมขนาดเล็กแต่ทรงพลัง และพร้อมที่จะช่วยเหลือคุณ!

Pattama Langstan – Senior Real Estate Agent (TREBA Broker licensed)

Jirapol Boonyavinich – IT Support

ทีมวิจัยของเรา

David Taylor – Content research

ค่านิยมหลักของเรา

เราเป็นทีมมืออาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดมั่นในความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและวิสัยทัศน์ร่วม บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ความเปิดเผย และจริยธรรม ซึ่งเป็นแกนหลักของการดําเนินงานของเรา

สําหรับเรา ความโปร่งใสถือเป็นคุณธรรม ไม่ใช่แค่นโยบาย เรามุ่งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านการสื่อสารอย่างเปิดเผย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือเป็นสําคัญ

ทําไมต้องเลือกทํางานกับเรา

บริษัท PropertySights Real Estate เป็นบริษัทเอเจนซี่แบบครบวงจร ทีมงานมืออาชีพและมีความสามารถของเรานำเสนอบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคลของคุณ