Website Logo

0
Show my wishlist

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย - สิ่งที่คุณควรรู้

ในบทความนี้ ทางทีมงาน PropertySights Real Estate ได้รวบรวมคำถามที่ลูกค้ามักจะสอบถามเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น ขั้นตอนการซื้อทรัพย์สิน การขอสินเชื่อบ้าน ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ตลอดจนกระบวนการที่จำเป็นเมื่อต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย

  • House with question mark symbol, representing key info on property ownership in Thailand.

Share Article

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนไทย ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย หรือนักลงทุนจากต่างประเทศที่กำลังวางแผนจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย คู่มือฉบับนี้จะให้ข้อมูลพื้นฐานที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทั้งในส่วนของที่ดิน บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และอาคารพาณิชย์ที่คุณอาจสนใจ เนื้อหาจะกล่าวถึงประเด็นสำคัญต่างๆ อย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับทราบข้อกำหนดพื้นฐานที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างถูกต้องและครบถ้วน

การเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมแบบถือกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์

การเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมแบบถือกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ หมายถึง การเป็นเจ้าของห้องชุดในคอนโดมิเนียมแบบถาวรและไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด ในประเทศไทย การซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียมในประเทศไทยนั้นทำได้ง่ายสำหรับคนไทย แต่สำหรับชาวต่างชาติหรือผู้ที่ไม่ใช่คนสัญชาติไทยนั้น จะมีข้อจำกัดบางประการที่ต้องปฏิบัติตาม

กฎระเบียบกำหนดว่า อาคารชุดคอนโดมิเนียมแต่ละแห่งจะมีการจัดสรรโควตาการถือครองกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติ โดยกำหนดไว้ไม่เกิน 49% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด ซึ่งเรียกว่า "โควตาต่างชาติ" ส่วนอีก 51% ที่เหลือจะสงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น นั่นหมายความว่า หากจำนวนห้องชุดที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของในอาคารนั้นยังไม่ถึง 49% ชาวต่างชาติก็ยังสามารถซื้อห้องชุดและจดทะเบียนในนามของตนเองได้อีก แต่หากโควตาต่างชาติเต็มแล้ว ผู้ซื้อชาวต่างชาติจะสามารถซื้อห้องชุดได้ก็ต่อเมื่อมีชาวต่างชาติรายอื่นขายคอนโดมิเนียมของตนออกไปเท่านั้น

ข้อมูลเหล่านี้สามารถสอบถามได้จากผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดมิเนียม ซึ่งจะทราบรายละเอียดและดูแลไม่ให้มีการละเมิดกฎหมายในประเทศไทย

คำถามที่ 1: ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของคอนโดในประเทศไทยได้หรือไม่?

Yes, foreigners can own a Freehold Thai title deed for condominiums as long as they คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขการเป็นเจ้าของที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551 กฎหมายฉบับนี้ระบุอย่างชัดเจนว่า ชาวต่างชาติทุกคนมีสิทธิเป็นเจ้าของห้องชุดในคอนโดมิเนียมได้ แต่มีข้อจำกัดว่ากรรมสิทธิ์รวมกันของชาวต่างชาติทั้งหมดในอาคารชุดแต่ละแห่งจะต้องไม่เกินร้อยละสี่สิบเก้า (49%) ของพื้นที่ทั้งหมดในอาคารนั้น

คำถามที่ 2: ข้อดีของการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มีอะไรบ้าง?

การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุดคอนโดมิเนียมมีข้อดีหลัก 6 ประการ ดังนี้:

  1. ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมได้ ในนามของตนเอง โดยไม่ต้องผ่านการถือครองโดยนิติบุคคลใดๆ
  2. กรรมสิทธิ์ในห้องชุดเป็นการเป็นเจ้าของ แบบถาวรและไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด
  3. เมื่อเทียบกับการเป็นเจ้าของสิทธิการเช่า การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ถือเป็น ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับการเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์และการขายต่อ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
  4. เจ้าของกรรมสิทธิ์สามารถขาย จำนอง และโอนกรรมสิทธิ์ ให้แก่ทายาทได้ตามความประสงค์ของตน
  5. ในฐานะเจ้าของร่วมของอาคารชุด เจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิ ออกเสียงในที่ ประชุมใหญ่ประจำปี ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการ (ซึ่งประกอบด้วยเจ้าของร่วมที่ถือกรรมสิทธิ์ในสัดส่วนสูง) ที่มีอำนาจในการบริหารจัดการกิจการทั่วไปของนิติบุคคลอาคารชุด
  6. โดยภาพรวมแล้ว การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มักมี ภาระภาษีที่ต่ำกว่า เมื่อพิจารณาตลอดช่วงอายุการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สิน

คำถามที่ 3: มีเงินกู้บ้านสำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทยหรือไม่?

คำถามที่ 3: มีเงินกู้บ้านสำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทยหรือไม่? ใช่ ในประเทศไทยมีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับ ชาวต่างชาติ โดยชาวต่างชาติสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้จากสถาบันการเงินและผู้ให้กู้หลายแห่ง เพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบของ สินเชื่อจำนองอย่างไรก็ตาม ควรทราบว่าตัวเลือกสำหรับชาวต่างชาตินั้นมีจำกัด และจำเป็นต้องมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขเฉพาะ

คำถามที่ 4: ขั้นตอนการซื้อคอนโดในประเทศไทยมีอะไรบ้าง?

คุณสามารถเลือกใช้ บริการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน โดย ทีมงานจาก PropertySights Real Estate นอกจากนั้น เราให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอนในการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทยอีกด้วย โดยมีรายละเอียด ดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: เลือกทรัพย์สินที่เหมาะสมและเตรียมเอกสารที่จำเป็น

ในการเลือกทรัพย์สินที่เหมาะสม ผู้ซื้อควรศึกษา เทคนิคการเลือกคอนโดที่ดี จากเว็บไซต์ของ บริษัท PropertySights Real Estate ซึ่งจะให้ข้อมูลและคำแนะนำตลอดกระบวนการคัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการ

เมื่อเลือกทรัพย์สินที่ถูกใจได้แล้ว ควรตรวจสอบด้วยตนเองและตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินนั้น จากนั้นจึงเริ่ม จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการทำธุรกรรมซื้อขาย.

สำหรับผู้ขาย เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน โฉนดที่ดิน และหนังสือรับรองจากนิติบุคคลอาคารชุดที่ระบุว่าอย่างน้อย 51% ของกรรมสิทธิ์เป็นของคนไทย

สำหรับผู้ซื้อ หากเป็นคนไทย ให้เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือรับรองวงเงินกู้จากธนาคาร (กรณีขอสินเชื่อ) แต่หากเป็นชาวต่างชาติ จะต้องใช้สำเนาหนังสือเดินทาง ตราประทับขาเข้าประเทศไทยครั้งล่าสุด และวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ (ถ้ามี)

ขั้นตอนที่ 2: ลงนามในสัญญาซื้อขายและชำระเงินมัดจำ

เมื่อเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดพร้อมแล้ว และ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงยินยอมในเงื่อนไขต่างๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงนามในสัญญา ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ สัญญานี้ควรระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย รายละเอียดของทรัพย์สินที่จะซื้อขาย ราคาซื้อขายรวม วันที่กำหนดโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา ตลอดจนเงื่อนไขและวิธีการชำระเงิน รวมถึงข้อมูลจำเป็นอื่นๆ ที่ต้องระบุไว้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังอันเนื่องจากความคลุมเครือของสัญญา

หลังจากที่มีการลงนามในสัญญาซื้อขายและมีพยานรับรองเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อจะต้อง วางเงินมัดจำเพื่อจองทรัพย์สินนั้น โดยทั่วไปแล้ว จำนวนเงินมัดจำจะอยู่ที่ประมาณ 5-15% ของราคาซื้อขายทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 3: จัดเตรียมใบรับรองผู้ขายและผู้ซื้อ

โดย ใบรับรองการปลอดหนี้ ซึ่งสามารถขอได้จากนิติบุคคลอาคารชุด เอกสารนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการยืนยันว่า ทรัพย์สินที่จะขายนั้นไม่มีภาระหนี้สินค้างชำระใดๆ-เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น การมีใบรับรองนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อเกิดความมั่นใจว่าทรัพย์สินที่จะซื้อนั้นปลอดจากปัญหาหนี้สินที่จะส่งผลกระทบในภายหลัง

ในกรณีที่ผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ผู้ซื้อจำเป็นต้องยื่นแบบฟอร์มการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Transaction Form หรือ FET)ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่ามี การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย โดยเงินดังกล่าวจะต้องโอนมาจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม แบบฟอร์ม FET จะสามารถขอได้ก็ต่อเมื่อจำนวนเงินที่นำเข้ามีมูลค่าเกิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าในสกุลเงินอื่นๆ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากจำนวนเงินที่นำเข้ามีมูลค่าน้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ซื้อชาวต่างชาติจะต้องขอหนังสือรับรองจากธนาคารในประเทศไทยที่รับโอนเงินจากต่างประเทศ

ขั้นตอนที่ 4: ชำระภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อทำให้การทำธุรกรรมการเป็นเจ้าของทรัพย์สินเสร็จสมบูรณ์

ในการทำให้การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย คู่สัญญาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องปฏิบัติตาม กฎหมายทรัพย์สินและภาษี ของประเทศไทย ดังนั้น ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องชำระภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าอากรแสตมป์ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ให้สมบูรณ์ หากมี

This field is for validation purposes and should be left unchanged.
วางแผนการลงทุน? งบประมาณของคุณ?

คำถามที่ 5: ค่าบำรุงรักษาสำหรับการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมคืออะไร?

ค่าบำรุงรักษาหรือค่าส่วนกลางของคอนโดมิเนียมเป็นค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บจากเจ้าของห้องชุดทุกรายเพื่อนำไป ดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลางของอาคารชุด เช่น ล็อบบี้ ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ทางเดินในอาคาร และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ให้คงอยู่ในสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เมื่อมีการซื้อขายห้องชุดจากผู้ประกอบการในครั้งแรก จะมีการจัดตั้ง กองทุนสำรองเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน หรือเมื่อต้องมีการซ่อมแซม บูรณะ หรือปรับปรุงอาคารในอนาคต

กองทุนสำรองนี้จะได้รับเงินเพิ่มเติมจากค่าส่วนกลางที่เจ้าของห้องชุดทุกรายจ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี โดยอัตราค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บจะคำนวณตาม ขนาดพื้นที่ของห้องชุดแต่ละยูนิต ซึ่งวัดจากพื้นที่ใช้สอยจริงเป็นตารางเมตร (ตร.ม.) ทั้งนี้ อัตราต่อตารางเมตรจะแตกต่างกันไปตามระดับความหรูหราและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้บริการในแต่ละอาคารชุด การกำหนดค่าส่วนกลางตามขนาดพื้นที่จะช่วยให้มีการกระจายภาระค่าใช้จ่ายไปยังผู้เป็นเจ้าของร่วมทุกรายอย่างยุติธรรม

คำถามที่ 6: ฉันสามารถลงทะเบียนสาธารณูปโภคของคอนโดหลังจากโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างไร?

หลังจากที่คุณได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดคอนโดมิเนียมแล้ว คุณสามารถดำเนินการลงทะเบียนสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา และบริการอินเทอร์เน็ต กับหน่วยงานหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องได้ สำหรับการขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า คุณสามารถ ยื่นคำร้องได้ที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หากคอนโดของคุณตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือ ติดต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หากคอนโดอยู่ในจังหวัดอื่นๆ

ในส่วนของน้ำประปานั้น คุณจำเป็นต้องแจ้งลงทะเบียนสิทธิ์การเป็น เจ้าของห้องชุดของคุณในฐานะเจ้าของร่วมคนใหม่ ของอาคารชุดต่อนิติบุคคลอาคารชุดหรือผู้จัดการนิติบุคคลฯ ส่วนด้านบริการสื่อสารโทรคมนาคมนั้น คุณสามารถเลือกผู้ให้บริการที่ตรงกับความต้องการและติดต่อสมัครใช้บริการกับผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง เช่น AIS, True (หลังควบรวมกิจการกับ Dtac) หรือ 3BB เป็นต้น

เมื่อคุณได้ลงทะเบียนสาธารณูปโภคที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว คุณสามารถศึกษา คู่มือการชำระค่าสาธารณูปโภค คู่มือจัดทำโดย PropertySights Real Estate. เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการการชำระค่าบริการเหล่านี้ได้อย่างสะดวกและเป็นระบบ

คำถามที่ 7: มีข้อจำกัดใดๆ เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของคอนโดของชาวต่างชาติในประเทศไทยหรือไม่?

ใช่ มีข้อจำกัดในเรื่องโควตาการถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติ โดย พื้นที่ห้องชุดรวมทั้งหมดที่ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของได้ในอาคารชุดหนึ่งๆ จะต้องไม่เกินร้อยละสี่สิบเก้า (49%)

คำถามที่ 8: การเป็นเจ้าของคอนโดให้วีซ่าระยะยาวในประเทศไทยแก่ฉันหรือไม่?

ใช่ การเป็นเจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมในโครงการใหม่สามารถช่วยให้ชาวต่างชาติได้รับวีซ่าระยะยาวในประเทศไทยได้ ผ่านวีซ่า การลงทุนในประเทศไทย. กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการที่ชาวต่างชาติได้รับวีซ่าประเภทหนึ่งปีซึ่งสามารถต่ออายุได้เป็นประจำทุกปี โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียมในโครงการเปิดใหม่ที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

การเป็นเจ้าของแบบกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์กับการเป็นเจ้าของแบบสิทธิการเช่าในประเทศไทยมีความแตกต่างกันอย่างไร?

การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ถือเป็น วิธีที่มั่นคงมากกว่า for those seeking independent and perpetuity ownership in Thailand. However, this is only limited to condominium units, with a restriction of 49% of the foreign owners owning the unit building collectively.

ในทางกลับกัน เจ้าของกรรมสิทธิ์ leaseholdแตกต่างจากกรรมสิทธิ์ตรงที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะคอนโดมิเนียม ทำให้ชาวต่างชาติ มีทางเลือกที่หลากหลายขึ้นหากต้องการเช่าบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือวิลล่าเพื่ออยู่อาศัย-อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการเช่าสูงสุดที่ชาวต่างชาติจะมีสิทธิครอบครองอสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินได้ จำกัดอยู่ที่ 30 ปีเท่านั้น with the possibility of renewals. [ps_block_featured]

คำถามที่ 9: กฎหมายเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของสิทธิการเช่ามีอะไรบ้าง?

กฎหมายเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของสิทธิการเช่าอยู่ภายใต้การควบคุมของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย กฎหมายไทยเกี่ยวกับ สัญญาเช่าทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินหรือคอนโดมิเนียม สามารถพบได้โดยเฉพาะในมาตรา 537: การเช่าหรือลักษณะเช่าทรัพย์สิน มาตรา 538: หลักเกณฑ์การทำสัญญาเช่า และมาตรา 540: การเช่าไม่สามารถเกิน 30 ปีได้

คำถามที่ 10: ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของวิลล่าและที่ดินในประเทศไทยได้หรือไม่?

ใช่ ฝรั่ง (ชาวต่างชาติ) สามารถเป็นเจ้าของวิลล่าและที่ดินในประเทศไทยได้ทางอ้อม ผ่านบริษัทไทย หรือโครงการ leasehold นอกจากนี้ พวกเขายังอาจได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยอาศัยสิทธิตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ให้สิทธิพวกเขาในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้ แต่ที่ดินที่ได้มาเพื่อการอยู่อาศัยนี้จะต้องมีขนาดไม่เกินหนึ่งไร่ หรือประมาณ 1,600 ตารางเมตร และจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ

อย่างไรก็ดี ข้อยกเว้นตามสนธิสัญญานี้จะไม่ครอบคลุมถึงชาวต่างชาติที่นำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงและประเภทของธุรกิจที่จะลงทุนตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

คำถามที่ 11: ชาวต่างชาติได้รับอนุญาตให้เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินได้หรือไม่?

ใช่ ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินในประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ แม้ชาวต่างชาติจะไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินในนามของตนเองได้ แต่พวกเขา สามารถเป็นเจ้าของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่บนที่ดินของผู้อื่นได้ โดยกระบวนการนี้จะเกี่ยวข้องกับการยื่นขออนุญาตก่อสร้างในนามของชาวต่างชาติ

คำถามที่ 12: คุณสามารถมอบอำนาจให้ใครบางคนจัดการเรื่องทรัพย์สินในประเทศไทยได้หรือไม่?

ได้ คุณสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นจัดการเรื่องอสังหาริมทรัพย์ของคุณในประเทศไทยได้ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสามารถมอบอำนาจตามกฎหมายให้แก่บุคคลที่ไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจัดการทรัพย์สินแทนตนได้ โดยการทำ หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney หรือ POA)

สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า หนังสือมอบอำนาจนั้นมีการร่างขึ้นอย่างชัดเจน มีการลงนามโดยทั้งผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ รวมถึงต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อต่อหน้าพยานโดยโนตารีพับลิค ในประเทศไทย หากดำเนินการจัดทำหนังสือมอบอำนาจนอกประเทศไทย จะต้องนำเอกสารดังกล่าวไปให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นๆ ลงนามรับรองและประทับตรารับรองความถูกต้องของเอกสารด้วย เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์

เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ หนังสือมอบอำนาจนี้จำเป็นต้องนำไปจดทะเบียนไว้ที่กรมที่ดินด้วย เพื่อให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถดำเนินการต่างๆ แทนเจ้าของทรัพย์สินได้อย่างถูกต้องตามขอบเขตที่ระบุไว้ในหนังสือมอบอำนาจ

หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทีมผู้เชี่ยวชาญของ บริษัท PropertySights Real Estate พร้อมให้บริการและให้คำปรึกษาแก่คุณ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างถ่องแท้ มั่นใจได้ว่าเราจะเป็นผู้ช่วยที่ดีในการดูแลเรื่องอสังหาริมทรัพย์ของคุณในประเทศไทยอย่างแน่นอน

thไทย

เราคือใคร?

บริษัท PropertySights Real Estate | คํากล่าวจากกรรมการผู้จัดการ

เอริค (เอบ) รูบิน ผู้จัดการ PropertySights Real Estate:
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

ผมชื่อเอริค เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท Rubin Global Co., Ltd. ผมอยากจะแนะนำตัวเอง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตัวผม และแน่นอน วิสัยทัศน์ของผมที่มีต่อบริษัท

การเดินทางของผมเข้าสู่แวดวงอสังหาริมทรัพย์ เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัย Ariel ประเทศอิสราเอล ซึ่งผมได้ศึกษาปริญญาตรีเกียรตินิยม Economics and Business Management, with a minor in Real Estate Appraisal. Upon graduating, I became a real estate assessor in a local Law and Appraisal firm before moving on to my employment at Anglo-Saxon, Israel’s largest real estate brokerage corporation.

ด้วยความรู้และประสบการณ์มากขึ้นจากการเรียนรู้จากผู้นําในอุตสาหกรรม ผมย้ายไปสิงคโปร์และเริ่มส่งเสริมการตลาด Australian real-estate in the Singaporean markets. I gained a lot of real-life business experience and developed a better understanding of the business foundations and demands.

ด้วยความรู้ทั้งหมด ผมจึงตัดสินใจย้ายมาที่กรุงเทพฯ ด้วยความหลงไหลด้วยวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย วัฒนธรรมโดดเด่น และการพัฒนาอย่างรวดเร็ว กรุงเทพฯ กลายเป็นบ้านหลังที่สองของผมอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ประเทศแห่งรอยยิ้ม’ เพราะประชากรที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ ผมตั้งใจจะรักษาประเพณีนี้เอาไว้ โดยทําให้มั่นใจว่าทั้งตัวผมและทีมงาน PropertySights Real Estate ยินดีที่จะได้ช่วยเหลือบริการลูกค้า ด้วยรอยยิ้มเสมอ

ด้วยประสบการณ์การทํางานในประเทศอิสราเอล สิงคโปร์ และเมืองไทย ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการค้นหา "อสังหาริมทรัพย์และทําเลที่ดีเยี่ยม" และเข้าใจดีว่าการค้นหานั้นยากเพียงใด นี่คือเหตุผลว่าทําไมผมจึงอยากรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้แก่ผู้อ่านไว้ในที่เดียว เพื่ออํานวยความสะดวกในการตัดสินใจสําคัญต่างๆ พร้อมกับประหยัดเวลาในการค้นคว้าข้อมูลเองของท่าน

วิสัยทัศน์ของเราสําหรับการศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

Our vision for Real Estate Education in Thailand is to share our knowledge with you and create a well-informed and empowered community of homeowners.

When looking to purchase a property in Bangkok or anywhere in Thailand, it is vital to conduct extensive research beforehand. You will need to be educated on the local property laws and tax regulations, the major developments taking place in the area, which neighborhood best suits your needs and conduct a title deed search and due diligence.

แม้ว่าจะฟังดูเยอะ แต่อํานาจอยู่ที่ความรู้ และการมีข้อมูลมากดีกว่ามีข้อมูลน้อยเกินไป เมื่อต้องตัดสินใจสิ่งสําคัญในชีวิตอย่างนี้

ทําไมเราจําเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้

  1. กฎหมายทรัพย์สินและข้อบังคับด้านภาษี: ทำความเข้าใจกฎหมายท้องถิ่น ช่วยให้คุณเข้าใจว่าอสังหาริมทรัพย์ใดที่คุณสามารถซื้อได้อย่างถูกกฎหมาย และช่วยให้คุณคาดการณ์ถึงผลกระทบจากการวางแผนได้
  2. โครงการพัฒนาที่สําคัญในปัจจุบัน: ส่งผลต่อมูลค่าของพื้นที่นั้น เมื่อบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนและพัฒนา ราคาอสังหาริมทรัพย์มักจะเพิ่มสูงขึ้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณสามารถจับตาเฝ้าซื้อทรัพย์สินในราคาต่ําก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น
  3. ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ต่างๆ: กรุงเทพฯ เป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากร 10.5 ล้านคน ย่อมมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการลงทุนหลายแห่ง การรู้รายละเอียดของแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกย่านที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

PropertySights Real Estate ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ อย่างละเอียดรอบคอบ และพัฒนาองค์ความรู้ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนําเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันตามการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของกรุงเทพฯ เรามุ่งมั่นที่จะรวบรวมค้นคว้า ให้บริการทางเลือกด้านอสังหาริมทรัพย์ไว้ในที่เดียว อันจะช่วยอํานวยความสะดวกและประหยัดเวลาอันมีค่าของท่าน

เหตุใดจึงต้องลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยผ่านการบริการจาก PropertySights Real Estate?

การลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่มั่นคง ซึ่งจะ grow with time. When investing, you have both rental yield and capital appreciation.

ผลตอบแทนจากการให้เช่า คือ ส่วนต่างระหว่างค่าเช่าที่ได้รับกับราคาที่คุณจ่ายเพื่อลงทุน

ส่วนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของทรัพย์สิน คือ ส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณจ่ายเมื่อซื้อทรัพย์สินกับราคาขายเมื่อคุณตัดสินใจขาย ดังนั้นแม้คุณเลือกที่จะไม่ให้เช่าทรัพย์สิน คุณก็ยังสามารถทํากําไรได้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

ที่ PropertySights Real Estate เรามีทีมงานที่ประกอบด้วยตัวแทนท้องถิ่นที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ เราสามารถให้ up to date knowledge of the real estate market, the average price points and the up and coming areas. Not only can we help you make an informed decision, we can save you time and avoid costly mistakes.

ความสําคัญอันดับแรกของเรา คือ การนําเสนอ ทางเลือกการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมและดีที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายการลงทุนของท่าน

ข้อได้เปรียบและเหตุผลที่สําคัญที่สุดในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

ตามข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยกลายเป็น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใกล้เคียงมียอดขายอสังหาริมทรัพย์ 1.3 ล้านหน่วย

ต่อไปนี้คือ seven advantages of investing in Thai real estate:
  1. อัตราผลตอบแทนที่ดีและเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
  2. เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดีและตลาดการให้เช่าที่แข็งแกร่ง
  3. ทําเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ สาธารณูปโภค และความร่วมมือระหว่างประเทศ
  4. การสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาลไทย
  5. โอกาสสูงที่จะได้สิทธิขอสัญชาติไทย
  6. ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกกว่าประเทศอื่นๆ
  7. ต้นทุนค่าครองชีพที่เอื้อมถึงสําหรับนักลงทุนต่างชาติ

นี่คือ 4 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย:

  1. รูปแบบการดําเนินชีวิตที่น่าปรารถนา: วัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ประชากรที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร หลายพื้นที่พัฒนามีความมั่นคง มีทางเลือกด้านไลฟ์สไตล์อย่างมากมาย กรุงเทพฯ มีครบทุกอย่าง
  2. ราคาที่เอื้อมถึง: ต้นทุนแรงงานในประเทศไทยต่ํา ทําให้ต้นทุนในการก่อสร้าง บํารุงรักษา และบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ถูกลง
  3. วีซ่าพํานักระยะยาว (LTR) : เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยได้เปิดตัววีซ่าพํานักระยะยาว ทําให้ชาวต่างชาติย้ายมาอยู่ในประเทศได้ง่ายขึ้น
  4. การศึกษาระดับโลก: กรุงเทพฯ มีโรงเรียนนานาชาติ วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยชั้นนําหลายแห่ง
  5. การรักษาพยาบาลคุณภาพสูง: คาดว่าในปี 2566 นี้จะมีนักท่องเที่ยวเพื่อการแพทย์เดินทางมาเยือนประเทศไทยถึง 900,000 คน และสถิตินี้กําลังเพิ่มขึ้นทุกปี

ทีมงานของเรา

แนะนําทีมงาน PropertySights:

ทีมของเราประกอบด้วยตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่มีความกระตือรือร้น มากประสบการณ์ และมีคุณสมบัติอย่างเหมาะสม ด้วยความรู้อย่างกว้างขว้างในเขตกรุงเทพฯ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้เราจะเป็นทีมขนาดเล็กแต่ทรงพลัง และพร้อมที่จะช่วยเหลือคุณ!

Pattama Langstan – Senior Real Estate Agent (TREBA Broker licensed)

Jirapol Boonyavinich – IT Support

ทีมวิจัยของเรา

David Taylor – Content research

ค่านิยมหลักของเรา

เราเป็นทีมมืออาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดมั่นในความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและวิสัยทัศน์ร่วม บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ความเปิดเผย และจริยธรรม ซึ่งเป็นแกนหลักของการดําเนินงานของเรา

สําหรับเรา ความโปร่งใสถือเป็นคุณธรรม ไม่ใช่แค่นโยบาย เรามุ่งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านการสื่อสารอย่างเปิดเผย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือเป็นสําคัญ

ทําไมต้องเลือกทํางานกับเรา

บริษัท PropertySights Real Estate เป็นบริษัทเอเจนซี่แบบครบวงจร ทีมงานมืออาชีพและมีความสามารถของเรานำเสนอบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคลของคุณ