Website Logo

0
Show my wishlist

สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการสมัครกู้สินเชื่อบ้านในประเทศไทย

สินเชื่อบ้านในประเทศไทย: ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทสินเชื่อ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของธนาคารไทย รวมถึงขั้นตอนการสมัคร

  • House model and pink piggy bank on 'MORTGAGE' blocks; guide to home loans in Thailand.

Share Article

คุณกำลังสมัครกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านในประเทศไทยหรือไม่? มาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ เงินดาวน์ ระยะเวลาผ่อนชำระ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงเอกสารประกอบที่จำเป็นเพื่อให้การกู้ซื้อบ้านของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จในบทความนี้โดย PropertySights Real Estate

ข้อกำหนดสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย คืออะไร?

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศบังคับใช้ข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดย เพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์อัตราส่วนหนี้สินต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan-to-Value Ratio หรือ LTV) สำหรับบ้านหลังที่สองและสามของผู้กู้ยืม รวมถึงบ้านที่มีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาท

กล่าวอย่างง่ายๆ คือ แม้ ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งในไทย จะเสนออัตรา LTV ที่แตกต่างกันตามปัจจัยส่วนบุคคลของผู้กู้หลายประการ แต่วงเงินสินเชื่อสูงสุดเมื่อเทียบกับมูลค่าหลักประกันได้ถูกปรับลดลง ส่งผลให้ผู้กู้จำเป็นต้องจ่ายเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นกว่าเดิม

ข้อกำหนดสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับอสังหาริมทรัพย์ ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้:

  • สำหรับบ้านหลังแรก อัตราส่วน LTV อยู่ที่ 90-95% ซึ่งแปลว่าผู้ซื้อต้องจ่ายเงินดาวน์เพียง 5-10% ของมูลค่าบ้าน
  • สำหรับบ้านหลังที่สอง หากเจ้าของบ้านผ่อนชำระสินเชื่อบ้านหลังแรกมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี อัตราส่วน LTV สามารถสูงถึง 90% แต่หากผ่อนชำระมาน้อยกว่า 3 ปี อัตราส่วน LTV สูงสุดจะอยู่ที่ 80% นั่นหมายความว่าผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินดาวน์ 10-20% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ผ่อนชำระบ้านหลังแรกมาแล้ว
  • สำหรับบ้านหลังที่สามเป็นต้นไป อัตราส่วน LTV สูงสุดจะอยู่ที่ 70% นั่นแปลว่าผู้ซื้อจำเป็นต้องจ่ายเงินดาวน์ถึง 30% ของมูลค่าบ้าน

มีข้อกำหนดดังต่อไปนี้ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ ที่มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท:

  • สำหรับบ้านสองหลังแรก อัตราส่วน LTV สูงสุดอยู่ที่ 80% ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อต้องจ่ายเงินดาวน์อย่างน้อย 20% ของมูลค่าบ้าน
  • สำหรับบ้านหลังที่สามเป็นต้นไป อัตราส่วน LTV สูงสุดจะอยู่ที่ 70% นั่นแปลว่าผู้ซื้อจำเป็นต้องจ่ายเงินดาวน์ถึง 30% ของมูลค่าบ้าน

ทำไมข้อบังคับเรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีความสำคัญ?

ข้อบังคับเกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วย รักษาเสถียรภาพของภาคอสังหาริมทรัพย์และ ภาคเสรษฐกิจโดยรวมหากอัตราส่วน LTV สูงเกินไปและข้อกำหนดเกี่ยวกับเงินดาวน์ผ่อนปรนมากเกินไป อาจนำไปสู่การเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์จนเกินพอดี ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ยากขึ้น

ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Review of Financial Studies ในปี 2020 ระบุว่า การเก็งกำไรในตลาดที่อยู่อาศัยอาจทำให้ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์การเงินโลกในปี 2008

ในอดีต ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยสามารถ ซื้อบ้าน ในประเทศไทยผ่านสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบไม่มีเงินดาวน์ ธนาคารในประเทศไทย มีภารกิจคือการรักษาเศรษฐกิจให้แข็งแรงและงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดที่สูงขึ้น

ประเภทของหลักประกันอสังหาริมทรัพย์สำหรับสินเชื่อบ้าน

มี 4 ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถใช้เป็นหลักประกันสำหรับสินเชื่อบ้านในประเทศไทย ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และคอนโดมิเนียมอาจมีข้อกำหนดและนโยบายของธนาคารเฉพาะแตกต่างกันไปตามประเภทของอสังหาริมทรัพย์

ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อธุรกิจเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องมีเอกสารประกอบการขอสินเชื่อที่มากกว่า อาทิ ใบรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล งบการเงิน สัญญาจ้างงาน ทะเบียนผู้ถือหุ้น เป็นต้น ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดอาจสั้นเพียง 7 ปี ในขณะที่วงเงินสินเชื่อโดยรวมมักสูงกว่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่พักอาศัย

แต่ละธนาคารจะมีนโยบายเฉพาะตัวสำหรับประเภทที่พักอาศัย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม โดยอาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันไปในแต่ละประเภท

นอกจากนี้ยังมีประเภทสินเชื่อสำหรับการก่อสร้างบ้านที่มีอัตราส่วน LTV สูงสุด 90% โดยคิดจาก มูลค่าประเมินของที่ดินและอาคารที่จะก่อสร้างในอนาคตและยังมีประเภทสินเชื่อสำหรับการก่อสร้างหรือซ่อมแซมบ้านที่มีอยู่แล้วด้วยเช่นกัน

วิธีการเตรียมความพร้อมสำหรับการสมัครกู้สินเชื่อบ้าน

เมื่อสมัครกู้สินเชื่อบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรเตรียมความพร้อมคือ การมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงซึ่งรวมถึงการชำระหนี้สินให้หมดสิ้น การมีประวัติเครดิตที่ดี และการมีเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 6 เดือนก่อนการสมัครกู้

นอกเหนือจากการสร้างภาพลักษณ์ทางการเงินที่มั่นคงให้แก่ผู้ให้กู้ไทย คุณจะต้องเตรียมเอกสารอื่นๆ เพื่อยืนยันตัวตนและสถานการณ์ของคุณในประเทศไทย

สุดท้ายนี้ คุณควรมีภาพรวมของเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนนัดหมาย คุณสามารถจ่ายเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ระยะเวลาการผ่อนชำระที่หวังไว้เป็นเท่าใด และจะกู้เงินเพื่อจ่ายค่าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้านหรือไม่

ผู้สมัครจำนวนมากล้มเหลวในการได้รับสินเชื่อบ้าน การตอบคำถามเหล่านั้นและการเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับสินเชื่อบ้านและให้ความสงบสุขใจมากขึ้น

1. กำหนดวงเงินกู้ที่ต้องการ

การตัดสินใจว่าคุณต้องการกู้เงินจำนวนเท่าใด และด้วยเหตุนี้จะต้องจ่ายเงินดาวน์เท่าไร จึงเป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดที่ต้องตัดสินใจก่อนจะยื่นสมัครกู้สินเชื่อบ้าน ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยที่คุณจะได้รับ ระยะเวลาการกู้ยืมที่คุณรับได้ และในที่สุดก็คือจำนวนเงินที่คุณจะประหยัดได้ในระยะยาว

สินเชื่อบ้านมีวงเงินสูงสุดเท่าใด?

วงเงินสินเชื่อสูงสุดที่ได้รับจริงนั้นขึ้นอยู่กับ เงินเดือนของผู้สมัครสินเชื่อในปัจจุบัน และนโยบายของธนาคารโดยทั่วไปธนาคารพาณิชย์จะใช้เกณฑ์ 40% ของรายได้ต่อเดือน แล้วหักด้วยค่าใช้จ่ายรายเดือนของหนี้ประจำ เช่น ค่างวดรถหรือสินเชื่ออื่นๆ

ยกตัวอย่างพนักงานที่มีเงินเดือน 40,000 บาทต่อเดือน จำนวนเงินผ่อนชำระรายเดือนสูงสุดที่เขาสามารถจ่ายได้จะคำนวณดังนี้:

40,000 x 40% = 16,000 บาทต่อเดือนและหากพนักงานมีหนี้สินรายเดือน 6,000 บาท จะถูกหักออกจากจำนวนดังกล่าว เหลือผ่อนชำระได้สูงสุด 10,000 บาทต่อเดือน

ธนาคารจะคำนวณวงเงินกู้รวมจากอัตราส่วนระหว่างการผ่อนชำระ 7,000 บาทต่อเดือนต่อวงเงินกู้ 1,000,000 บาท ดังนั้นวงเงินกู้บ้านรวมสูงสุดสำหรับพนักงานที่ไม่มีหนี้สินคำนวณได้ ดังนี้:

(1,000,000 x 16,000) / 7,000 = 2,285,714 บาท.

นี่คือวงเงินสินเชื่อบ้านสูงสุดที่ธนาคารจะอนุมัติให้ผู้สมัครรายนี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของธนาคารแห่งประเทศไทย หากตัวเลขดังกล่าวเกินกว่าอัตราส่วน LTV สูงสุด 90% สำหรับบ้านหลังแรก ธนาคารจะต้องลดวงเงินให้เป็นไปตามกฎระเบียบนี้

2. ตกลงอัตราดอกเบี้ย

การตกลงอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อนับเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ กำหนดต้นทุนอสังหาริมทรัพย์ที่คุณต้องจ่ายเพิ่มเติมแต่ละธนาคารอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันเล็กน้อย และอัตราเหล่านี้อาจมีโครงสร้างแตกต่างกันในช่วงอายุของสัญญาเงินกู้ ด้วยเหตุนี้การประเมินและเปรียบเทียบอัตราต่างๆ เพื่อหาอัตราที่ดีที่สุดสำหรับคุณจึงมีความสำคัญ

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ (MLR) จะกำหนดจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ดีเลิศ ซึ่งจะใช้เป็นฐานสำหรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยอัตรานี้จะผันผวนตามปี การคำนวณดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา จึงเป็นวิธีที่มีประโยชน์ในการเปรียบเทียบอัตราต่างๆ

3. กำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระ

การกำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระเป็นเรื่องยาก เพราะหมายถึง ต้องเลือกระหว่างการผ่อนชำระที่ง่ายขึ้นแต่จ่ายดอกเบี้ยมากกว่า หรือภาระการผ่อนชำระที่หนักในระยะสั้นแต่จ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคารน้อยกว่า

อายุของคุณจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระด้วย ในประเทศไทยระยะเวลาการผ่อนชำระที่ธนาคารเสนอโดยทั่วไปคือ 15-30 ปี อย่างไรก็ตามสัญญาเงินกู้ต้องไม่ยาวนานจนเกินกว่าผู้กู้จะมีอายุ 70 ปี

4. เตรียมพร้อมสำหรับการผ่อนชำระรายเดือน

การเตรียมพร้อมสำหรับการผ่อนชำระรายเดือนสำหรับสินเชื่อบ้านมัก ถูกมองข้ามเมื่อเข้าทำสัญญากู้ยืมการมีเงินดาวน์พร้อมแล้วเป็นเพียงขั้นตอนแรก แต่การมีเงินสำรองสำหรับการผ่อนชำระล่วงหน้าและเป็นหลักประกันยามฉุกเฉินจะช่วยให้คุณมีความสบายใจมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการมีเงินสดสำรองอย่างเพียงพอแล้ว การประเมินสถานการณ์ ของคุณเองเพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมที่จะดำเนินการชำระค่างวดตลอดอายุสัญญาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

กลยุทธ์การผ่อนชำระสินเชื่อบ้านแบบต่างๆ ที่มีในประเทศไทย

มี 4 กลยุทธ์หลักในการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านที่มีให้เลือกในประเทศไทย ดังนี้:

    • สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยลอยตัว แต่ละธนาคารจะเสนออัตราดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ (MLR) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ โดยอัตราดอกเบี้ยจะปรับทุก 6 เดือนหรือรายปี ประเภทสินเชื่อนี้อาจมีความน่าสนใจในช่วงเงินเฟ้อเมื่ออัตราดอกเบี้ยโดยรวมอยู่ในระดับสูง
    • สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่ ธนาคารอาจเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญาตามอัตราปัจจุบันและการคาดการณ์อัตราในอนาคต ประเภทเงินกู้นี้อาจได้รับประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ แต่อาจมีต้นทุนสูงกว่าหากอัตราดอกเบี้ยลดลงต่อไปอีก
    • สินเชื่อบอลลูน เป็นประเภทสินเชื่อที่ธนาคารบางแห่งอาจเสนอ ซึ่งมีค่างวดรายเดือนต่ำในช่วงอายุสัญญา แต่สิ้นสุดด้วยค่างวดสุดท้ายที่มีมูลค่าสูง ข้อดีของสินเชื่อประเภทนี้คือ เงินงวดสุดท้ายอาจไม่ถูกนับรวมในการคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนเฉลี่ย ทำให้สามารถกู้วงเงินรวมที่สูงขึ้นได้
    • สินเชื่อที่เป็นเสมือนสะพานให้ก้าวข้ามความจำเป็นในการต้องการใช้เงิน เป็นสินเชื่อระยะสั้น มีอายุสัญญาตั้งแต่เพียงไม่กี่เดือนไปจนถึง 2-3 ปี สินเชื่อประเภทนี้อาจใช้บ้านปัจจุบันของคุณเป็นหลักประกัน เป็นทางเลือกที่มีประโยชน์เมื่อคุณต้องการซื้อบ้านหลังใหม่ก่อนที่จะขายบ้านหลังเดิมของคุณ

This field is for validation purposes and should be left unchanged.
วางแผนการลงทุน? งบประมาณของคุณ?

เอกสารที่จำเป็นสำหรับการสมัครสินเชื่อที่อยู่อาศัย

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครสินเชื่อที่อยู่อาศัยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่:

  1. เอกสารสำคัญส่วนบุคคล เพื่อแสดงให้ชัดเจนว่าคุณเป็นใคร และสถานภาพการสมรสของคุณ
  2. เอกสารทางการเงินเพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณมีความรับผิดชอบทางการเงินที่ดี
  3. รายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันที่จะใช้ค้ำประกันการกู้ยืม

อย่างไรก็ตาม เอกสารที่จำเป็นอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลและนโยบายของแต่ละธนาคาร บางรายอาจต้องใช้เอกสารมากกว่าหรือน้อยกว่ากันได้

การแสดงตัวตนของผู้สมัครสินเชื่ออย่างครบถ้วน

สำเนาและต้นฉบับ ของเอกสารต่อไปนี้จำเป็นในการระบุตัวตนของผู้ยื่นขอสินเชื่ออย่างครบถ้วน:

  • บัตรประจำตัวประชาชนที่ออกโดยหน่วยงานราชการ หรือหนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ
  • ทุกหน้าของ ทะเบียนบ้านที่มีชื่อของคุณ
  • เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคู่สมรส (ถ้ามี) เช่น ทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบมรณบัตรของคู่สมรส และ/หรือหนังสือรับรองการแยกกันอยู่

เอกสารพิสูจน์ความรับผิดชอบด้านการเงิน

โดยทั่วไป เอกสารต่อไปนี้จำเป็นในการพิสูจน์ว่าผู้สมัครสินเชื่อมีความรับผิดชอบทางการเงินที่ดี:

  • หนังสือรับรองเงินเดือน
  • สเตทเมนท์เงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือนจากที่ทำงาน
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.50) ในกรณีที่ได้รับเงินเดือนเป็นเงินสด
  • สมุดบัญชีธนาคารต้นฉบับที่แสดงรายการย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมสำเนา
  • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หากคุณประกอบอาชีพอิสระ

หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณจะต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่:

  • สเตทเมนท์บัญชีปัจจุบันของกิจการย้อนหลัง 6 เดือน
  • สเตทเมนท์บัญชีของกิจการย้อนหลัง 12 เดือน
  • ใบทะเบียนการค้าหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (หนังสือบริคณห์สนธิ)
  • เอกสารอื่นๆ ตามที่ร้องขอ เช่น งบการเงิน ใบเสร็จชำระภาษี และรูปถ่ายอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่มีอยู่จริง

จะเกิดอะไรขึ้นหากมีผู้ลงนามร่วมในสินเชื่อบ้าน?

หากมีผู้ค้ำประกันในสัญญาสินเชื่อที่อยู่อาศัย จัดเตรียมเอกสารแสดงตัวตนและเอกสารทางการเงินของตนเองด้วยเช่นกันโดยผู้ให้กู้จะพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ควบคู่ไปกับรายละเอียดของผู้กู้รายอื่นๆ และข้อมูลเกี่ยวกับหลักประกันนั้นๆ

รายละเอียดของทรัพย์สินที่จะใช้เป็นหลักประกัน

เพื่อให้ผู้ให้กู้มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับหลักประกันที่ใช้ค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย จำเป็นต้องจัดเตรียมรายละเอียดต่อไปนี้ของทรัพย์สินที่จะใช้เป็นหลักประกัน:

  • ภาพถ่ายภายนอกและภายในอสังหาริมทรัพย์
  • แผนที่แสดงสถานที่ตั้ง
  • สำเนาโฉนดที่ดินเมื่อซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ติดกับที่ดิน
  • สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดในกรณีที่เป็นเจ้าของห้องชุดรายบุคคล
  • สำเนาสัญญาซื้อขายและหลักฐานการชำระเงินดาวน์
  • สำเนาเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินหรืออาคาร เช่น สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน หรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอาคาร
  • หากซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองจากเจ้าของรายบุคคล แทนที่จะเป็นโครงการพัฒนา คุณจำเป็นต้องจัดเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของผู้ขายด้วย

ค่าใช้จ่ายที่ควรคำนึงถึงเมื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัย

ผู้ที่กู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องตระหนักถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกรมที่ดิน และค่าใช้จ่ายในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จริง.

นอกเหนือจากดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ธนาคารอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเบื้องต้น เช่น ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ ค่าประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และค่าเดินทางระหว่างการสำรวจที่ดินหรืออาคาร บางธนาคารอาจคิดค่าธรรมเนียมการผูกพันทางการเงิน (ซึ่งสามารถขอคืนได้) และค่าธรรมเนียมการชำระเงินก่อนกำหนด ในกรณีที่คุณผ่อนชำระเกินกว่าปกติในช่วงไม่กี่ปีแรก โดยแต่ละรายการจะอยู่ที่ประมาณ 2% ของวงเงินกู้

ธนาคารอาจกำหนดให้ทำประกันภัยหลายประเภท รวมถึงประกันชีวิตผู้กู้ และประกันอัคคีภัยสำหรับทรัพย์สินด้วย นอกจากนี้ ธนาคารยังจะเรียกเก็บอากรแสตมป์ในอัตรา 0.05% ของมูลค่าสินเชื่อและนำส่งให้กรมสรรพากร

แหล่งค่าใช้จ่ายสูงในช่วงแรกมาจากกรมที่ดิน ซึ่งคุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการจำนองในอัตรา 1% ของมูลค่าสินเชื่อที่อยู่อาศัย นอกจากค่าจำนองแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอีก 2% มูลค่าประเมินหรือราคาขาย (แล้วแต่ว่ามูลค่าใดจะสูงกว่า)ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้อาจถูกรับผิดชอบโดยผู้ขาย ผู้ซื้อ หรือทั้งสองฝ่าย

สุดท้าย คุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับตัวอสังหาริมทรัพย์เอง ซึ่งรวมถึงเงินดาวน์และค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เช่น เงินประกันการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามขนาดของทรัพย์สิน แต่โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท

สาเหตุที่อาจทำให้ธนาคารปฏิเสธคำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย

โดยปกติแล้ว ธนาคารจะปฏิเสธคำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลของหลักประกัน สาเหตุพื้นฐานอาจเป็นเพราะผู้สมัครไม่ได้ยื่นเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักที่ทำให้คำขอสินเชื่อถูกปฏิเสธมักเกิดจากประวัติทางการเงินที่ไม่ดี ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหนึ่งหรือหลายปัจจัยดังต่อไปนี้:

  • มีภาระหนี้สินจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหนี้ประจำหรือที่ปรากฏในสเตทเมนท์ย้อนหลัง 6 เดือน
  • คะแนนเครดิตต่ำ ซึ่งพิจารณาจากประวัติเครดิตย้อนหลัง 3 ปี คุณสามารถตรวจสอบประวัติเครดิตของตนเองกับ สำนักงานข้อมูลเครดิตแห่งชาติได้ก่อนยื่นคำขอ.
  • รายได้ต่ำหรือไม่มั่นคง โดยการพิจารณาความมั่นคงของรายได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของธนาคาร เนื่องจากแต่ละธนาคารมีการจัดลำดับความน่าเชื่อถือของอาชีพแตกต่างกัน

สุดท้าย สินเชื่ออาจถูกปฏิเสธเนื่องจากตัวอสังหาริมทรัพย์เอง หากการตรวจสอบของธนาคารพบว่าทรัพย์สินนั้นไม่เหมาะที่จะใช้เป็นหลักประกัน ธนาคารอาจไม่อนุมัติสินเชื่อ

ชาวต่างชาติสามารถกู้ยืมจํานองคอนโดในไทยได้หรือไม่

ได้ ชาวต่างชาติ ได้รับอนุญาตให้กู้ยืมเงินจํานองคอนโดในไทยหรือสินเชื่อบ้าน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 ชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงสินเชื่อผ่านผู้ให้กู้หลายรายในไทย แม้ว่าตัวเลือกจะจํากัดกว่าคนไทย

ธนาคารที่ได้รับความนิยมสําหรับชาวต่างชาติในการกู้บ้าน ได้แก่ ธนาคารอินดัสเตรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชนา ลิมิเต็ด (ICBC) เอ็มบีเค การันตี้ และ ยูโอบี โดยมีเงื่อนไขสินเชื่อบ้านดังนี้

ICBC ธนาคารยูโอบี MBK Guarantee
ประเภทอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียมแบบ Freehold คอนโดมิเนียมแบบ Freehold คอนโดมิเนียมแบบ Freehold
ระยะเวลากู้ (ปี) 3-15 3-30 1-10
วงเงินกู้ สูงสุด 70% ของราคาซื้อ ขั้นต่ำ 1.5 ล้านบาท สูงสุด 70% ของราคาซื้อ ขั้นต่ำ 2 ล้านบาท สูงสุด 50% ของราคาซื้อ ขั้นต่ำ 1 ล้านบาท
อายุ (ปี) 21-55 21-65 สูงสุด 70 ปี ณ วันสิ้นสุดสัญญา
อัตราดอกเบี้ย ปีแรก: 5.25%, ปีที่สอง: 5.75%, ปีที่สามเป็นต้นไป: 1 ปี SIBOR + 6%** 6-8% MLR + 3.4%
เงื่อนไขพิเศษ พลเมืองจีนจําเป็นต้องมีใบอนุญาตทํางาน ไม่บังคับใช้กับชาวต่างชาติอื่น เน้นลูกค้าสิงคโปร์และมาเลเซีย ไม่ต้องมีใบอนุญาตทํางานหรือถิ่นที่อยู่ถาวร

** ตามตัวเลขต้นปี 2566 อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระหว่างธนาคารในสิงคโปร์ (Singapore Interbank Offered Rate - SIBOR) เคยใช้เป็นอัตราอ้างอิงสําหรับเงินสิงคโปร์ที่เสนอระหว่างธนาคาร ปัจจุบัน SIBOR ได้ถูกแทนที่ด้วย SORA (Singapore Overnight Rate Average) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรายคืนเฉลี่ย

เงื่อนไขการกู้ยืมบ้านจากอสังหาริมทรัพย์สําหรับชาวต่างชาติในประเทศไทย

เมื่อกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านในประเทศไทย ชาวต่างชาติจะต้องมีเงื่อนไขดังนี้

  • มีความสัมพันธ์ทางกฎหมายกับประเทศไทย ไม่ว่าจะผ่านประวัติใบอนุญาตทำงานที่ยาวนาน (มากกว่าหนึ่งปี) เอกสาร PR หรือถิ่นที่อยู่ถาวรทะเบียนสมรสกับคนไทย หรือ เอกสารแสดงสัญชาติไทย
  • อายุระหว่าง 21 ถึง 55 ปี
  • มีประวัติเครดิตดีและรายได้มั่นคง
  • ยินยอมผ่อนชําระไม่เกิน 15 ปี
  • มีเงินดาวน์ 30-40% ของราคาอสังหาฯ
  • อัตราดอกเบี้ยอาจสูงกว่าคนไทย

คู่สมรสที่เป็นคนไทยของท่าน สามารถขอสินเชื่อซื้อบ้านจากธนาคารในท้องถิ่นได้หรือไม่

ได้ คู่สมรสที่เป็นคนไทยของท่าน สามารถขอสินเชื่อซื้อบ้านจากธนาคารในท้องถิ่นได้ โดยทั้งสองฝ่ายต้องมีงานทํา มีรายได้ประจํา และประวัติเครดิตดี อย่างไรก็ดี ท่านอาจต้องทําหน้าที่เป็นผู้ค้ําประกันสินเชื่อ ซึ่งหมายความว่าคู่สมรสจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของบ้านที่แท้จริง

This field is for validation purposes and should be left unchanged.

We Offer a Variety of Options for You.

ชื่อ(Required)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยในประเทศไทย

หากคำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยถูกปฏิเสธ คุณจะได้รับเงินมัดจำคืนจากผู้ขายหรือไม่?

ใช่ หากคำขอสินเชื่อถูกปฏิเสธ คุณสามารถขอรับเงินมัดจำคืนจากผู้ขายได้ หากข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไม่ได้ระบุว่าเงินมัดจำนั้นไม่สามารถขอคืนได้.

การไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อไม่ถือเป็นความผิดของผู้ซื้อ และทำให้วัตถุประสงค์ของสัญญาตามมาตรา 377 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยเป็นโมฆะ มาตรา 372 อธิบายเพิ่มเติมว่า การเพิกถอนสัญญาในกรณีนี้ไม่ทำให้ผู้ขายมีสิทธิยึดเงินมัดจำไว้ มาตรา 55 ยังระบุถึงสิทธิของผู้ซื้อในการเรียกเงินคืนผ่านกระบวนการทางกฎหมายด้วย

ขั้นตอนการขอสินเชื่อบ้านในประเทศไทยมีกี่ขั้นตอนและอะไรบ้าง?

การขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมีทั้งหมด 6 ขั้นตอนหลัก ได้แก่:

  1. การขออนุมัติสินเชื่อเบื้องต้น ให้วิเคราะห์สถานะการเงินของคุณ ซึ่งรวมถึงข้อมูลเช่น ภาระหนี้สิน รายได้รายเดือน และเงินออมที่จะใช้เป็นเงินดาวน์ ไปยื่นที่ธนาคารเพื่อขอรับการอนุมัติเบื้องต้นและข้อมูลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยกับระยะเวลาการกู้ที่คาดการณ์ไว้ การอนุมัติเบื้องต้นนี้จะช่วยให้คุณประเมินกำลังซื้อของตนเองได้ดีขึ้น และแสดงให้ผู้ขายเห็นถึงความจริงจัง
  2. การเสนอราคาซื้อทรัพย์สิน ด้วยความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ จากตัวแทนที่ได้รับใบอนุญาตจาก PropertySights คุณจะสามารถค้นหาทรัพย์สินที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณ และเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด ในขั้นตอนนี้คุณอาจต้องวางเงินมัดจำสำหรับทรัพย์สินนั้น
  3. การยื่นขอสินเชื่ออย่างเป็นทางการ จัดเตรียมเอกสารแสดงตัวตน เอกสารทางการเงิน และเอกสารของหลักประกันที่จำเป็น แล้วนำไปยื่นที่ธนาคาร จัดระเบียบข้อมูลให้เรียบร้อย เพราะการขอสินเชื่อมักถูกปฏิเสธเนื่องจากขาดเอกสารประกอบ หากต้องการเปรียบเทียบอัตราที่ดีที่สุด คุณสามารถยื่นข้อมูลกับผู้ให้กู้หลายรายในขั้นตอนนี้
  4. ขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อ ผู้ให้กู้จะประมวลผลเอกสารของคุณ และจัดทำประมาณการสินเชื่อ ระบุรายละเอียดเช่น วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย ค่างวดรายเดือน และอื่นๆ คุณจะมีเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการเปรียบเทียบประมาณการจากผู้ให้กู้ที่สนใจ หลังจากเลือกผู้ให้กู้ที่ต้องการแล้ว คำขอจะถูกส่งไปยังศูนย์สินเชื่อผู้บริโภคเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงอย่างละเอียด รวมถึงการประเมินมูลค่าหลักประกัน ขั้นตอนนี้จะกำหนดและยืนยันอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสำหรับคุณ
  5. การลงนามในสัญญาเงินกู้และสัญญาจำนอง หลังจากตกลงในเงื่อนไขของสัญญาแล้ว คุณจะนัดหมายกับผู้ให้กู้เพื่อลงนามในเอกสารอย่างเป็นทางการที่สำนักงานที่ดิน หากมีผู้กู้ร่วม บุคคลนั้นควรเข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย
  6. การปิดการซื้อขายทรัพย์สิน คุณจะเข้าร่วมการประชุมกับผู้ขายและตัวแทนนายหน้าอสังหาฯ เพื่อทำการปิดการขายและชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่สำนักงานที่ดิน เช่น อากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ในขั้นตอนนี้คุณจะลงนามในสัญญาฉบับสมบูรณ์ และรอการประเมินการกู้ยืมในระยะเวลาอันสั้น โดยปกติเพียงไม่กี่วันเท่านั้น เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้น คุณจะได้เข้าชมหลักประกันเป็นครั้งสุดท้ายและรับมอบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น

การยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยใช้เวลานานเท่าใด

การขอสินเชื่อบ้านในประเทศไทยใช้เวลา 3-10 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสารเพื่อการพิจารณา

หากต้องการความช่วยเหลือในการจัดการเรื่องสินเชื่อและการเลือกทรัพย์สินที่เหมาะกับงบประมาณ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก PropertySights Real Estate วันนี้ เราพร้อมจะช่วยคุณค้นหาทรัพย์สินในฝันได้อย่างมั่นใจ

หากคำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยถูกปฏิเสธ คุณจะได้รับเงินมัดจำคืนจากผู้ขายหรือไม่?

ขั้นตอนการขอสินเชื่อบ้านในประเทศไทยมีกี่ขั้นตอนและอะไรบ้าง?

การยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยใช้เวลานานเท่าใด

thไทย

เราคือใคร?

บริษัท PropertySights Real Estate | คํากล่าวจากกรรมการผู้จัดการ

เอริค (เอบ) รูบิน ผู้จัดการ PropertySights Real Estate:
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

ผมชื่อเอริค เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท Rubin Global Co., Ltd. ผมอยากจะแนะนำตัวเอง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตัวผม และแน่นอน วิสัยทัศน์ของผมที่มีต่อบริษัท

การเดินทางของผมเข้าสู่แวดวงอสังหาริมทรัพย์ เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัย Ariel ประเทศอิสราเอล ซึ่งผมได้ศึกษาปริญญาตรีเกียรตินิยม Economics and Business Management, with a minor in Real Estate Appraisal. Upon graduating, I became a real estate assessor in a local Law and Appraisal firm before moving on to my employment at Anglo-Saxon, Israel’s largest real estate brokerage corporation.

ด้วยความรู้และประสบการณ์มากขึ้นจากการเรียนรู้จากผู้นําในอุตสาหกรรม ผมย้ายไปสิงคโปร์และเริ่มส่งเสริมการตลาด Australian real-estate in the Singaporean markets. I gained a lot of real-life business experience and developed a better understanding of the business foundations and demands.

ด้วยความรู้ทั้งหมด ผมจึงตัดสินใจย้ายมาที่กรุงเทพฯ ด้วยความหลงไหลด้วยวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย วัฒนธรรมโดดเด่น และการพัฒนาอย่างรวดเร็ว กรุงเทพฯ กลายเป็นบ้านหลังที่สองของผมอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ประเทศแห่งรอยยิ้ม’ เพราะประชากรที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ ผมตั้งใจจะรักษาประเพณีนี้เอาไว้ โดยทําให้มั่นใจว่าทั้งตัวผมและทีมงาน PropertySights Real Estate ยินดีที่จะได้ช่วยเหลือบริการลูกค้า ด้วยรอยยิ้มเสมอ

ด้วยประสบการณ์การทํางานในประเทศอิสราเอล สิงคโปร์ และเมืองไทย ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการค้นหา "อสังหาริมทรัพย์และทําเลที่ดีเยี่ยม" และเข้าใจดีว่าการค้นหานั้นยากเพียงใด นี่คือเหตุผลว่าทําไมผมจึงอยากรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้แก่ผู้อ่านไว้ในที่เดียว เพื่ออํานวยความสะดวกในการตัดสินใจสําคัญต่างๆ พร้อมกับประหยัดเวลาในการค้นคว้าข้อมูลเองของท่าน

วิสัยทัศน์ของเราสําหรับการศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

Our vision for Real Estate Education in Thailand is to share our knowledge with you and create a well-informed and empowered community of homeowners.

When looking to purchase a property in Bangkok or anywhere in Thailand, it is vital to conduct extensive research beforehand. You will need to be educated on the local property laws and tax regulations, the major developments taking place in the area, which neighborhood best suits your needs and conduct a title deed search and due diligence.

แม้ว่าจะฟังดูเยอะ แต่อํานาจอยู่ที่ความรู้ และการมีข้อมูลมากดีกว่ามีข้อมูลน้อยเกินไป เมื่อต้องตัดสินใจสิ่งสําคัญในชีวิตอย่างนี้

ทําไมเราจําเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้

  1. กฎหมายทรัพย์สินและข้อบังคับด้านภาษี: ทำความเข้าใจกฎหมายท้องถิ่น ช่วยให้คุณเข้าใจว่าอสังหาริมทรัพย์ใดที่คุณสามารถซื้อได้อย่างถูกกฎหมาย และช่วยให้คุณคาดการณ์ถึงผลกระทบจากการวางแผนได้
  2. โครงการพัฒนาที่สําคัญในปัจจุบัน: ส่งผลต่อมูลค่าของพื้นที่นั้น เมื่อบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนและพัฒนา ราคาอสังหาริมทรัพย์มักจะเพิ่มสูงขึ้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณสามารถจับตาเฝ้าซื้อทรัพย์สินในราคาต่ําก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น
  3. ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ต่างๆ: กรุงเทพฯ เป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากร 10.5 ล้านคน ย่อมมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการลงทุนหลายแห่ง การรู้รายละเอียดของแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกย่านที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

PropertySights Real Estate ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ อย่างละเอียดรอบคอบ และพัฒนาองค์ความรู้ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนําเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันตามการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของกรุงเทพฯ เรามุ่งมั่นที่จะรวบรวมค้นคว้า ให้บริการทางเลือกด้านอสังหาริมทรัพย์ไว้ในที่เดียว อันจะช่วยอํานวยความสะดวกและประหยัดเวลาอันมีค่าของท่าน

เหตุใดจึงต้องลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยผ่านการบริการจาก PropertySights Real Estate?

การลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่มั่นคง ซึ่งจะ grow with time. When investing, you have both rental yield and capital appreciation.

ผลตอบแทนจากการให้เช่า คือ ส่วนต่างระหว่างค่าเช่าที่ได้รับกับราคาที่คุณจ่ายเพื่อลงทุน

ส่วนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของทรัพย์สิน คือ ส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณจ่ายเมื่อซื้อทรัพย์สินกับราคาขายเมื่อคุณตัดสินใจขาย ดังนั้นแม้คุณเลือกที่จะไม่ให้เช่าทรัพย์สิน คุณก็ยังสามารถทํากําไรได้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

ที่ PropertySights Real Estate เรามีทีมงานที่ประกอบด้วยตัวแทนท้องถิ่นที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ เราสามารถให้ up to date knowledge of the real estate market, the average price points and the up and coming areas. Not only can we help you make an informed decision, we can save you time and avoid costly mistakes.

ความสําคัญอันดับแรกของเรา คือ การนําเสนอ ทางเลือกการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมและดีที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายการลงทุนของท่าน

ข้อได้เปรียบและเหตุผลที่สําคัญที่สุดในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

ตามข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยกลายเป็น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใกล้เคียงมียอดขายอสังหาริมทรัพย์ 1.3 ล้านหน่วย

ต่อไปนี้คือ seven advantages of investing in Thai real estate:
  1. อัตราผลตอบแทนที่ดีและเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
  2. เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดีและตลาดการให้เช่าที่แข็งแกร่ง
  3. ทําเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ สาธารณูปโภค และความร่วมมือระหว่างประเทศ
  4. การสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาลไทย
  5. โอกาสสูงที่จะได้สิทธิขอสัญชาติไทย
  6. ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกกว่าประเทศอื่นๆ
  7. ต้นทุนค่าครองชีพที่เอื้อมถึงสําหรับนักลงทุนต่างชาติ

นี่คือ 4 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย:

  1. รูปแบบการดําเนินชีวิตที่น่าปรารถนา: วัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ประชากรที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร หลายพื้นที่พัฒนามีความมั่นคง มีทางเลือกด้านไลฟ์สไตล์อย่างมากมาย กรุงเทพฯ มีครบทุกอย่าง
  2. ราคาที่เอื้อมถึง: ต้นทุนแรงงานในประเทศไทยต่ํา ทําให้ต้นทุนในการก่อสร้าง บํารุงรักษา และบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ถูกลง
  3. วีซ่าพํานักระยะยาว (LTR) : เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยได้เปิดตัววีซ่าพํานักระยะยาว ทําให้ชาวต่างชาติย้ายมาอยู่ในประเทศได้ง่ายขึ้น
  4. การศึกษาระดับโลก: กรุงเทพฯ มีโรงเรียนนานาชาติ วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยชั้นนําหลายแห่ง
  5. การรักษาพยาบาลคุณภาพสูง: คาดว่าในปี 2566 นี้จะมีนักท่องเที่ยวเพื่อการแพทย์เดินทางมาเยือนประเทศไทยถึง 900,000 คน และสถิตินี้กําลังเพิ่มขึ้นทุกปี

ทีมงานของเรา

แนะนําทีมงาน PropertySights:

ทีมของเราประกอบด้วยตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่มีความกระตือรือร้น มากประสบการณ์ และมีคุณสมบัติอย่างเหมาะสม ด้วยความรู้อย่างกว้างขว้างในเขตกรุงเทพฯ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้เราจะเป็นทีมขนาดเล็กแต่ทรงพลัง และพร้อมที่จะช่วยเหลือคุณ!

Pattama Langstan – Senior Real Estate Agent (TREBA Broker licensed)

Jirapol Boonyavinich – IT Support

ทีมวิจัยของเรา

David Taylor – Content research

ค่านิยมหลักของเรา

เราเป็นทีมมืออาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดมั่นในความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและวิสัยทัศน์ร่วม บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ความเปิดเผย และจริยธรรม ซึ่งเป็นแกนหลักของการดําเนินงานของเรา

สําหรับเรา ความโปร่งใสถือเป็นคุณธรรม ไม่ใช่แค่นโยบาย เรามุ่งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านการสื่อสารอย่างเปิดเผย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือเป็นสําคัญ

ทําไมต้องเลือกทํางานกับเรา

บริษัท PropertySights Real Estate เป็นบริษัทเอเจนซี่แบบครบวงจร ทีมงานมืออาชีพและมีความสามารถของเรานำเสนอบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคลของคุณ