Website Logo

0
Show my wishlist

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2567 – จุดแข็ง จุดอ่อน และความคาดหวัง

เศรษฐกิจไทยได้พิสูจน์แล้วว่ามีความยืดหยุ่นมาโดยตลอด ได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออก จำนวนนักท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ และนโยบายการเงินการคลังที่รัดกุม มาเรียนรู้เกี่ยวกับจุดแข็ง จุดอ่อน และความคาดหวังของเศรษฐกิจไทยได้ในบทความนี้ โดย PropertySights Real Estate

  • Thailand economy graphic with rising coin stacks; key insights for Bangkok property investment

Share Article

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย

เศรษฐกิจของประเทศไทย ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวมาช้านานในปี 2565 รายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็น 18% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 11.5 ล้านคนที่เดินทางมาเยือนเมืองไทย ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตโควิด-19 ในปี 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึงราว 40 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2553 ที่มีนักท่องเที่ยว 15.5 ล้านคน โดยเฉลี่ยแล้วจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นปีละ 2.66 ล้านคน

แม้ว่าการท่องเที่ยวจะสร้างรายได้มหาศาล แต่เศรษฐกิจไทยกลับ พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักโดยในปี 2564 การส่งออกคิดเป็นสัดส่วนถึง 58% ของ GDP สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงาน ยานยนต์และชิ้นส่วน ยางพารา อัญมณี อาหารทะเล และข้าว โดยประเทศคู่ค้าหลัก ๆ ของไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น

ปัจจุบัน สยามเมืองยิ้มมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอินโดนีเซียในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) และมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงในระดับโลก โดย เศรษฐกิจไทยติดอันดับที่ 30 เมื่อเทียบจาก GDP- นอมินัล (nominal GDP). Using Purchasing Power Parity, Thailand is ranked 23rd.

ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นนี้ ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในเรื่องความน่าเชื่อถือ ไม่เพียงแต่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอีกด้วย

ตัวเลขเศรษฐกิจและภาวะการเงินไทยปี 2567

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะ เติบโตในช่วง 2.5-3% ในปี 2567 เทียบกับการเติบโต 2.5% ในปี 2566 เมื่อคำนึงถึงโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล ตามรายงานของธนาคารโลก GDP ในปี 2567 อาจเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 3.8

ธปท. กำลังบริหารจัดการสภาวะการเงินที่มีเสถียรภาพในประเทศอย่างระมัดระวัง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.5 ทั้งนี้เนื่องจากรายได้จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อบางช่วงของปี 2567

เนื่องจากนโยบายของ ธปท. ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งในไทย จะยังคงปล่อยสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงพอสมควร ขณะที่คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 ในปี 2567 และร้อยละ 1.9 ในปี 2568 การรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังส่งผลให้ประมาณการ GDP ลดลงจากเดิมร้อยละ 3.2 เป็นร้อยละ 2.5-3 ในปัจจุบัน

ต่อไปนี้เป็นตัวเลขเพิ่มเติมที่อธิบายถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย

  • มูลค่าการส่งออก 285 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 โดยปีนั้นเกินดุลการค้าถึง 33 พันล้านดอลลาร์
  • การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ในปี 2561 มีมูลค่ารวม 44.5 พันล้านดอลลาร์ โดย 31.9 พันล้านดอลลาร์เป็นการส่งออกของไทย
  • ในปี 2564 การส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 45.3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนการส่งออกไปจีนและญี่ปุ่นในปีนั้นอยู่ที่ 37.7 พันล้านดอลลาร์ และ 25.1 พันล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
  • สินค้านำเข้าอันดับหนึ่งของไทยคือน้ำมันดิบ มูลค่ารวม 20.1 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2564
  • สินค้านำเข้าอันดับสองคือวงจรรวม ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรกล มูลค่ารวม 11.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564

จุดแข็งและข้อได้เปรียบของเศรษฐกิจไทย

จุดแข็งหลักของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ การส่งออก, which make up the majority of the country’s GDP. Like many of the other “tiger cub” economies of Southeast Asia, Thailand grew rapidly in the late 20th century thanks to trade, largely automotive and now also computer hard discs.

นอกจากนั้น รัฐบาลไทยยังลงทุนทรัพยากรใน การพัฒนาเทคโนโลยีโดยคาดว่าตลาดศูนย์ข้อมูลจะมีมูลค่าถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571 ซึ่งช่วยดึงดูดธุรกิจยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Google และ Amazon

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจของไทยอีกประการหนึ่งคือ คือ ทำเลที่ตั้งในเขตร้อนที่สวยงาม ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว และเม็ดเงินของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สภาพภูมิอากาศนี้ยังส่งผลให้ภาคเกษตรกรรมแข็งแกร่ง ช่วยให้ประเทศมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 และ 2551 รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ท้ายที่สุด เงินบาทไทยได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจไทย โดยทรงตัวเทียบกับดอลลาร์สหรัฐได้ดีกว่าประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ซึ่งทำให้หนังสือพิมพ์ Financial Times ขนานนามเงินบาทว่าเป็น"สกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก".”

จุดอ่อนและข้อบกพร่องของเศรษฐกิจไทย

จุดอ่อนและข้อบกพร่องหลักที่รบกวนเศรษฐกิจไทยมาหลายปี ได้แก่ ความไม่สงบทางการเมือง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเปราะบางต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย.

ประเทศไทยประสบกับรัฐประหารหลายครั้งในประวัติศาสตร์ โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2557 ความพยายามแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ส่งผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจ

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น สึนามิมหาสมุทรอินเดียในปี 2547 (คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรืออุทกภัยในปี 2554 (46,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนักเช่นกัน ในฐานะประเทศที่มีพื้นที่ต่ำและชายฝั่งทะเล ไทยจึงมีความเสี่ยงสูงต่อเหตุการณ์เหล่านี้ และอาจแย่ลงเมื่อเกิดภาวะโลกร้อน นั่นเป็นเหตุผลที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2608 ที่ท้าทาย

สุดท้าย การพึ่งพาการส่งออกของไทย มีความเปราะบางต่อวิกฤตเศรษฐกิจมากขึ้นรูปแบบเศรษฐกิจเช่นนี้อาจส่งผลเสียอื่นๆ ได้ด้วย เช่น ความเป็นอยู่ที่ไม่ดีของมนุษย์ ค่าแรงต่ำ และอัตราแลกเปลี่ยนที่ซับซ้อน

ความหลากหลายของเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไร

เศรษฐกิจไทยมีความหลากหลายมาก โดยในปี 2564 ภาคบริการคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 56 ภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 35 และภาคเกษตรกรรมร้อยละ 9 ของ GDP

ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เน้นไปที่ การผลิตยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ของสินค้าหลายประเภท เช่น รถยนต์ ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้สำนักงาน อัญมณีเป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ย่อยของอุตสาหกรรมการผลิต โดยมีมูลค่าการส่งออกรวม 15,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562

ภายในภาคบริการประเทศไทยมีธนาคารจำนวนมาก ภาคค้าปลีกที่เฟื่องฟูโดยมีตลาดดั้งเดิมและ ห้างสรรพสินค้ามากมายเป็นหลัก และการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ

หมวดหมู่ย่อยของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยมี โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ จำนวนมาก ตั้งแต่ปี 2560-2564 โรงพยาบาลเอกชนในประเทศมีกำไรเติบโตร้อยละ 7.7 ต่อปี โดยโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ คิดเป็นร้อยละ 80 ของรายได้รวมของเอกชน โรงพยาบาลเหล่านี้มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการบริการและการดูแล และดึงดูดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เช่น ศัลยกรรมตกแต่ง มะเร็งวิทยา อายุรกรรม และอื่นๆ

To further expand the scope of the Thai economy, the government has put forward a “Thailand 4.0” project which aims to increase development of 21st century technologies like robotics, medical innovations, and digital industries in the Land of Smiles.

เศรษฐกิจไทยในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา

ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยผ่านความท้าทายอย่างมากมาย แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง ทั้งๆ ที่เผชิญกับความยากลำบาก สิ่งนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ด้วยการเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจ อันเป็นผลมาจากการส่งออกและการลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น

ในปี 2540 ปัจจัยหลายประการ ทั้งการเก็งกำไรจากต่างชาติ การกู้ยืมเงินต่างประเทศของธนาคารโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ และการลดค่าเงินบาท ได้จุดชนวน วิกฤตการเงินเอเชียประเทศไทยไม่เห็นการเติบโตของ GDP ในเชิงบวกอีกเลยจนกระทั่งถึงปี 2542 (1999) อันเนื่องมาจากนโยบายการเงินที่เข้มงวด

หลังจากวิกฤตการเงินเอเชีย ประเทศเขตร้อนแห่งนี้ก็มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากการส่งออกที่ยังคงดำเนินต่อไปและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่เติบโต การเฟื่องฟูของการท่องเที่ยวนี้ดำเนินต่อไปจนผ่านพ้นวิกฤตการเงินปี 2551 โดยเติบโตอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดการระบาดของโควิดในปี 2563

หลังจากผ่านพ้นช่วงการระบาดมา ประเทศไทยก็กลับมาแสดงถึงการเติบโตในเชิงบวกอีกครั้ง โดยมีจีดีพีในปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 2.5

การเติบโตในอนาคตของเศรษฐกิจไทย

คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 2.5-3% in 2024 และร้อยละ 3.8 ตามการคาดการณ์ของธนาคารโลก หากนับรวมประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจาก ระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลใหม่. This is up from 2.5% in 2023. In 2025, there will be an estimated 3.1% growth for the economy ranked 30th globally by GDP.

นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้เสนอระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลในปี 2566 และเดิมกำหนดให้เริ่มใช้งานในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 แต่ก็เลื่อนไปเป็นเดือนพฤษภาคม โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะให้เงิน 10,000 บาทแก่ประชาชนไทยที่มีรายได้ต่ำกว่า 70,000 บาทต่อเดือนหรือมีเงินออมน้อยกว่า 500,000 บาท ซึ่งคิดเป็นประมาณ 50 ล้านคนจากประชากรทั้งประเทศ

เงินจะถูกแจกจ่ายในรูปแบบบล็อกเชนผ่านแอปชำระเงินที่เรียกว่า เป๋าตัง และมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการชำระเงินแบบดิจิทัลในประเทศไทย เงินสดที่ได้รับต้องถูกใช้ไปภายในเขตเลือกตั้งของผู้รับภายใน 6 เดือนนับจากที่ได้รับ สำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ กระแสเงินสดที่เพิ่มเติมนี้จะคิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ของ GDP

การเติบโตที่คาดว่าจะเพิ่มเติมในปี 2567 ส่วนใหญ่มาจากการกลับสู่ระดับการท่องเที่ยวปกติ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้กลับไปถึงระดับรายได้จากการท่องเที่ยวก่อนเกิดโรคระบาด (28.2 ล้านนักท่องเที่ยวในปี 2565)

หนึ่งใน ความท้าทายที่ประเทศไทยอาจเผชิญ ในระยะใกล้เกี่ยวข้องกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูง เนื่องจากประเทศเขตร้อนนำเข้าพลังงานจำนวนมาก ส่วนเรื่องการกำหนดราคาคาร์บอนก็เป็นอีกเครื่องหมายคำถามหนึ่ง เพราะไทยมุ่งที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 30-40 ภายในปี 2573 และให้เป็นศูนย์สุทธิภายในปี 2608

การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในอนาคตผ่านยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0

รัฐบาลวางแผนที่จะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในอนาคตผ่านยุทธศาสตร์ "ไทยแลนด์ 4.0" ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อ ปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจให้มุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้นขึ้น เหตุผลที่ใช้ชื่อ "4.0" เป็นเพราะการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมจะเป็นระยะที่ 4 ของการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจในประวัติศาสตร์ โดยสามยุคเศรษฐกิจไทยก่อนหน้านี้มีลักษณะเด่นคือการเติบโตในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมเบา และอุตสาหกรรมหนัก

รัฐบาลเสนอ โครงการสมาร์ทวีซ่า (SMART Visa) มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดบุคลากรทักษะสูงโดยต้องมีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรี และมีทักษะด้านอาชีวะ อุตสาหกรรมเฉพาะที่ไทยแลนด์ 4.0 เน้นเป้าหมายไว้ ได้แก่

  • เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
  • ธุรกิจด้านดิจิทัล
  • การแพทย์
  • ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์
  • การบินและโลจิสติกส์
  • การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
  • อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
  • การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ระดับไฮเอนด์
  • ยานยนต์รุ่นก้าวหน้า
  • อาหารอนาคต

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่หลักที่วางแผนไว้สำหรับการเติบโตนี้ รัฐบาลกำลังลงทุนรวม 43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2562-2568 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ดังกล่าว สร้างสนามบินนานาชาติแห่งที่สาม ทางหลวงหลายสาย และทางรถไฟ

รัฐบาลกำลังนำสิ่งจูงใจต่างๆ มาใช้เพื่อดึงดูดการลงทุน รวมถึงการอำนวยความสะดวกในสิทธิการถือครองที่ดิน และการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี นโยบายไทยแลนด์ 4.0 จะผ่อนคลายกฎระเบียบเกี่ยวกับบริษัทต่างชาติด้วย โดยอนุญาตให้ต่างชาติเป็นเจ้าของได้ 100% ไม่มีข้อกำหนดเรื่องการส่งออก และไม่มีข้อจำกัดเรื่องเงินตราต่างประเทศ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย

เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งแค่ไหน

เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งมาก โดยมี GDP ใหญ่เป็นอันดับสองในบรรดาประเทศอาเซียน มีอัตราการ ว่างงานต่ำที่สุดในโลกอยู่ที่ร้อยละ 1และมีค่าเงินที่แข็งแกร่งพร้อมอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำ ตั้งแต่ปี 2556 ถึง 2565 ไทยมีอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคเฉลี่ยร้อยละ 1.2 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ร้อยละ 2.1 เกือบหนึ่งจุดเต็ม

อันดับของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 เป็นอย่างไร

อันดับของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 คือ 30- หรือลำดับที่ 30 ของโลกตาม GDP นอมินัล, based on numbers from the end of 2023. Thailand is ranked 23rd globally when using Purchasing Power Parity which reflects the cost of living.

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2566 คือเท่าไร

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2566 คือ ร้อยละ 2.5

GDP ของไทยในปี 2566 คือท่าไร

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินมูลค่าเศรษฐกิจไทยไว้ที่ 512.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ปี 2566.

สกุลเงินของประเทศไทยคืออะไร

สกุลเงินของประเทศไทยคือ บาท หรือไทยบาทโดยแต่ละบาทแบ่งออกเป็น 100 สตางค์ มีเหรียญบาท 4 ชนิด (1, 2, 5 และ 10) ธนบัตร 5 ชนิด (20, 50, 100, 500 และ 1,000) และเหรียญสตางค์ 5 ชนิด (1, 5, 10, 25 และ 50)

ด้วยเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ติดต่อ บริษัท PropertySights Real Estate วันนี้ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือ

เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งแค่ไหน

อันดับของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 เป็นอย่างไร

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2566 คือเท่าไร

GDP ของไทยในปี 2566 คือท่าไร

สกุลเงินของประเทศไทยคืออะไร

thไทย

เราคือใคร?

บริษัท PropertySights Real Estate | คํากล่าวจากกรรมการผู้จัดการ

เอริค (เอบ) รูบิน ผู้จัดการ PropertySights Real Estate:
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

ผมชื่อเอริค เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท Rubin Global Co., Ltd. ผมอยากจะแนะนำตัวเอง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตัวผม และแน่นอน วิสัยทัศน์ของผมที่มีต่อบริษัท

การเดินทางของผมเข้าสู่แวดวงอสังหาริมทรัพย์ เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัย Ariel ประเทศอิสราเอล ซึ่งผมได้ศึกษาปริญญาตรีเกียรตินิยม Economics and Business Management, with a minor in Real Estate Appraisal. Upon graduating, I became a real estate assessor in a local Law and Appraisal firm before moving on to my employment at Anglo-Saxon, Israel’s largest real estate brokerage corporation.

ด้วยความรู้และประสบการณ์มากขึ้นจากการเรียนรู้จากผู้นําในอุตสาหกรรม ผมย้ายไปสิงคโปร์และเริ่มส่งเสริมการตลาด Australian real-estate in the Singaporean markets. I gained a lot of real-life business experience and developed a better understanding of the business foundations and demands.

ด้วยความรู้ทั้งหมด ผมจึงตัดสินใจย้ายมาที่กรุงเทพฯ ด้วยความหลงไหลด้วยวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย วัฒนธรรมโดดเด่น และการพัฒนาอย่างรวดเร็ว กรุงเทพฯ กลายเป็นบ้านหลังที่สองของผมอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ประเทศแห่งรอยยิ้ม’ เพราะประชากรที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ ผมตั้งใจจะรักษาประเพณีนี้เอาไว้ โดยทําให้มั่นใจว่าทั้งตัวผมและทีมงาน PropertySights Real Estate ยินดีที่จะได้ช่วยเหลือบริการลูกค้า ด้วยรอยยิ้มเสมอ

ด้วยประสบการณ์การทํางานในประเทศอิสราเอล สิงคโปร์ และเมืองไทย ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการค้นหา "อสังหาริมทรัพย์และทําเลที่ดีเยี่ยม" และเข้าใจดีว่าการค้นหานั้นยากเพียงใด นี่คือเหตุผลว่าทําไมผมจึงอยากรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้แก่ผู้อ่านไว้ในที่เดียว เพื่ออํานวยความสะดวกในการตัดสินใจสําคัญต่างๆ พร้อมกับประหยัดเวลาในการค้นคว้าข้อมูลเองของท่าน

วิสัยทัศน์ของเราสําหรับการศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

Our vision for Real Estate Education in Thailand is to share our knowledge with you and create a well-informed and empowered community of homeowners.

When looking to purchase a property in Bangkok or anywhere in Thailand, it is vital to conduct extensive research beforehand. You will need to be educated on the local property laws and tax regulations, the major developments taking place in the area, which neighborhood best suits your needs and conduct a title deed search and due diligence.

แม้ว่าจะฟังดูเยอะ แต่อํานาจอยู่ที่ความรู้ และการมีข้อมูลมากดีกว่ามีข้อมูลน้อยเกินไป เมื่อต้องตัดสินใจสิ่งสําคัญในชีวิตอย่างนี้

ทําไมเราจําเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้

  1. กฎหมายทรัพย์สินและข้อบังคับด้านภาษี: ทำความเข้าใจกฎหมายท้องถิ่น ช่วยให้คุณเข้าใจว่าอสังหาริมทรัพย์ใดที่คุณสามารถซื้อได้อย่างถูกกฎหมาย และช่วยให้คุณคาดการณ์ถึงผลกระทบจากการวางแผนได้
  2. โครงการพัฒนาที่สําคัญในปัจจุบัน: ส่งผลต่อมูลค่าของพื้นที่นั้น เมื่อบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนและพัฒนา ราคาอสังหาริมทรัพย์มักจะเพิ่มสูงขึ้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณสามารถจับตาเฝ้าซื้อทรัพย์สินในราคาต่ําก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น
  3. ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ต่างๆ: กรุงเทพฯ เป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากร 10.5 ล้านคน ย่อมมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการลงทุนหลายแห่ง การรู้รายละเอียดของแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกย่านที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

PropertySights Real Estate ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ อย่างละเอียดรอบคอบ และพัฒนาองค์ความรู้ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนําเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันตามการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของกรุงเทพฯ เรามุ่งมั่นที่จะรวบรวมค้นคว้า ให้บริการทางเลือกด้านอสังหาริมทรัพย์ไว้ในที่เดียว อันจะช่วยอํานวยความสะดวกและประหยัดเวลาอันมีค่าของท่าน

เหตุใดจึงต้องลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยผ่านการบริการจาก PropertySights Real Estate?

การลงทุนและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่มั่นคง ซึ่งจะ grow with time. When investing, you have both rental yield and capital appreciation.

ผลตอบแทนจากการให้เช่า คือ ส่วนต่างระหว่างค่าเช่าที่ได้รับกับราคาที่คุณจ่ายเพื่อลงทุน

ส่วนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของทรัพย์สิน คือ ส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณจ่ายเมื่อซื้อทรัพย์สินกับราคาขายเมื่อคุณตัดสินใจขาย ดังนั้นแม้คุณเลือกที่จะไม่ให้เช่าทรัพย์สิน คุณก็ยังสามารถทํากําไรได้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

ที่ PropertySights Real Estate เรามีทีมงานที่ประกอบด้วยตัวแทนท้องถิ่นที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ เราสามารถให้ up to date knowledge of the real estate market, the average price points and the up and coming areas. Not only can we help you make an informed decision, we can save you time and avoid costly mistakes.

ความสําคัญอันดับแรกของเรา คือ การนําเสนอ ทางเลือกการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมและดีที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายการลงทุนของท่าน

ข้อได้เปรียบและเหตุผลที่สําคัญที่สุดในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

ตามข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยกลายเป็น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใกล้เคียงมียอดขายอสังหาริมทรัพย์ 1.3 ล้านหน่วย

ต่อไปนี้คือ seven advantages of investing in Thai real estate:
  1. อัตราผลตอบแทนที่ดีและเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
  2. เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดีและตลาดการให้เช่าที่แข็งแกร่ง
  3. ทําเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ สาธารณูปโภค และความร่วมมือระหว่างประเทศ
  4. การสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาลไทย
  5. โอกาสสูงที่จะได้สิทธิขอสัญชาติไทย
  6. ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกกว่าประเทศอื่นๆ
  7. ต้นทุนค่าครองชีพที่เอื้อมถึงสําหรับนักลงทุนต่างชาติ

นี่คือ 4 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย:

  1. รูปแบบการดําเนินชีวิตที่น่าปรารถนา: วัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ประชากรที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร หลายพื้นที่พัฒนามีความมั่นคง มีทางเลือกด้านไลฟ์สไตล์อย่างมากมาย กรุงเทพฯ มีครบทุกอย่าง
  2. ราคาที่เอื้อมถึง: ต้นทุนแรงงานในประเทศไทยต่ํา ทําให้ต้นทุนในการก่อสร้าง บํารุงรักษา และบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ถูกลง
  3. วีซ่าพํานักระยะยาว (LTR) : เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยได้เปิดตัววีซ่าพํานักระยะยาว ทําให้ชาวต่างชาติย้ายมาอยู่ในประเทศได้ง่ายขึ้น
  4. การศึกษาระดับโลก: กรุงเทพฯ มีโรงเรียนนานาชาติ วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยชั้นนําหลายแห่ง
  5. การรักษาพยาบาลคุณภาพสูง: คาดว่าในปี 2566 นี้จะมีนักท่องเที่ยวเพื่อการแพทย์เดินทางมาเยือนประเทศไทยถึง 900,000 คน และสถิตินี้กําลังเพิ่มขึ้นทุกปี

ทีมงานของเรา

แนะนําทีมงาน PropertySights:

ทีมของเราประกอบด้วยตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่มีความกระตือรือร้น มากประสบการณ์ และมีคุณสมบัติอย่างเหมาะสม ด้วยความรู้อย่างกว้างขว้างในเขตกรุงเทพฯ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้เราจะเป็นทีมขนาดเล็กแต่ทรงพลัง และพร้อมที่จะช่วยเหลือคุณ!

Pattama Langstan – Senior Real Estate Agent (TREBA Broker licensed)

Jirapol Boonyavinich – IT Support

ทีมวิจัยของเรา

David Taylor – Content research

ค่านิยมหลักของเรา

เราเป็นทีมมืออาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดมั่นในความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและวิสัยทัศน์ร่วม บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ความเปิดเผย และจริยธรรม ซึ่งเป็นแกนหลักของการดําเนินงานของเรา

สําหรับเรา ความโปร่งใสถือเป็นคุณธรรม ไม่ใช่แค่นโยบาย เรามุ่งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านการสื่อสารอย่างเปิดเผย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือเป็นสําคัญ

ทําไมต้องเลือกทํางานกับเรา

บริษัท PropertySights Real Estate เป็นบริษัทเอเจนซี่แบบครบวงจร ทีมงานมืออาชีพและมีความสามารถของเรานำเสนอบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคลของคุณ